กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศไทยเข้าสู่ฤดูร้อน 2569 พร้อมเตือน 3 จังหวัดภาคเหนือรับมืออากาศร้อนจัด
กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศการเข้าสู่ “ฤดูร้อน 2569” ของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป พร้อมทั้งออกคำเตือนให้ประชาชนใน 3 จังหวัดภาคเหนือ เตรียมรับมือกับสภาพอากาศร้อนจัดที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัย
อุณหภูมิพุ่งสูงกว่า 42 องศาเซลเซียสในบางพื้นที่
จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยของประเทศไทยตอนบนในฤดูร้อนปีนี้จะอยู่ที่ 36-37 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าค่าปกติที่ 35.4 องศาเซลเซียสเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ในบางพื้นที่โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ มีโอกาสเกิดอากาศร้อนจัดอย่างรุนแรง โดยอุณหภูมิอาจพุ่งสูงกว่า 42 องศาเซลเซียส ได้
จังหวัดที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษจากอันตรายของความร้อน ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดลำปาง และจังหวัดตาก ซึ่งอาจเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดและเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับความร้อน
คาดการณ์สภาพอากาศรายเดือนตลอดฤดูร้อน
กรมอุตุนิยมวิทยาได้ให้รายละเอียดคาดการณ์สภาพอากาศในช่วงฤดูร้อน 2569 แบ่งเป็นช่วงเวลาต่างๆ ดังนี้
- ต้นเดือนถึงกลางเดือนมีนาคม: อากาศร้อนในหลายพื้นที่ตอนกลางวัน โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า พร้อมกับโอกาสเกิดพายุฤดูร้อนเป็นระยะๆ
- ปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน: อากาศร้อนอบอ้าวเกือบทั่วไปทั่วประเทศ โดยบางพื้นที่อาจเผชิญอากาศร้อนจัด อุณหภูมิสูงสุด 42-43 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในภาคเหนือ พร้อมกับพายุฤดูร้อนที่อาจเกิดขึ้นเป็นระยะๆ
- ปลายเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม: เป็นช่วงเปลี่ยนฤดูกาล ส่งผลให้อากาศแปรปรวน มีอากาศร้อนอบอ้าวเป็นระยะๆ ร่วมกับฝนฟ้าคะนองที่เพิ่มขึ้น
สภาพอากาศในภาคใต้ช่วงฤดูร้อน
สำหรับภาคใต้ของประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์สภาพอากาศแยกเป็นสองช่วงหลัก
- ช่วงมีนาคมถึงปลายเมษายน: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ คลื่นลมในอ่าวไทยและทะเลอันดามันสูงประมาณ 1 เมตร
- ช่วงพฤษภาคม: ปริมาณฝนเพิ่มขึ้นและตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะฝั่งตะวันตกของภาคใต้ที่มีฝนร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และฝนหนักมากในบางแห่ง คลื่นในทะเลอันดามันสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยคลื่นสูง 1-2 เมตร
กรมอุตุนิยมวิทยาย้ำเตือนให้ประชาชนติดตามข่าวสารสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศร้อนจัดที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันอันตรายจากความร้อนและผลกระทบต่อสุขภาพ



