กรมอุตุฯ เตือนพายุฤดูร้อนถล่มไทยตอนบน เริ่มจากอีสานก่อน 3-6 มี.ค.
กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนสภาพอากาศล่าสุด โดยระบุว่าในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลงและอากาศร้อนขึ้นในตอนกลางวัน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงได้ในบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภาคกลางตอนล่าง กรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุมาจากลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุม ขณะที่ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนยังคงมีอิทธิพลเหนือภูมิภาคนี้
ประชาชนควรระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวน
กรมอุตุฯ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง โดยควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สำหรับภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่เนื่องจากลมตะวันตกพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย โดยบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และอาจสูงกว่า 2 เมตรในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีพายุ
พายุฤดูร้อนถล่มหนัก 3-6 มี.ค. เริ่มจากอีสานก่อน
ในช่วงวันที่ 3 ถึง 6 มีนาคม 2569 กรมอุตุฯ คาดการณ์ว่าบริเวณประเทศไทยตอนบนจะประสบกับพายุฤดูร้อน โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน จากนั้นจะส่งผลกระทบต่อภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคเหนือตามลำดับ ลักษณะของพายุจะประกอบด้วยฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก ฝนตกหนักบางแห่ง และอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ สาเหตุหลักมาจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ประกอบกับคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
พยากรณ์อากาศรายภาคล่าสุด
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 06.00 น. ถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 06.00 น. มีรายละเอียดดังนี้:
- ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 18-24°C สูงสุด 32-36°C ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากในจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม อำนาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-24°C สูงสุด 32-36°C ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
- ภาคกลาง: อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากในจังหวัดลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 24-25°C สูงสุด 35-37°C ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
- ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากในจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-27°C สูงสุด 32-37°C ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร แต่บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร
- ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 23-25°C สูงสุด 34-36°C ลมตะวันตกความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร แต่บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร
- ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-25°C สูงสุด 33-35°C ลมตะวันตกเฉียงเหนือความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร แต่บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร
- กรุงเทพและปริมณฑล: อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26-27°C สูงสุด 35-36°C ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
นอกจากนี้ กรมอุตุฯ ยังรายงานว่าฝุ่นละอองหรือหมอกควันในประเทศไทยตอนบนมีการสะสมอยู่ในเกณฑ์เล็กน้อยถึงปานกลาง เนื่องจากมีการระบายอากาศในระดับปานกลาง และมีโอกาสเกิดฝนตกในบางพื้นที่ ซึ่งอาจช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศได้บ้าง



