กรมอุตุฯ เตือนไทยตอนบน เตรียมรับมือพายุฤดูร้อน ลูกเห็บตก-ฟ้าผ่า 3-5 มี.ค. นี้
กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศล่วงหน้า 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 4 มีนาคม 2569 โดยเน้นย้ำให้ประชาชนในพื้นที่ประเทศไทยตอนบนเตรียมพร้อมรับมือกับพายุฤดูร้อนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 3 ถึง 5 มีนาคมนี้ ซึ่งอาจนำมาซึ่งอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฟ้าผ่าในบางพื้นที่
คาดการณ์สภาพอากาศรายละเอียด
ในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อน และมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ เนื่องจากอิทธิพลของความกดอากาศต่ำจากความร้อนและลมตะวันตกที่พัดปกคลุม แต่สถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 3 ถึง 5 มีนาคม 2569 เมื่อพายุฤดูร้อนจะเริ่มก่อตัวขึ้น โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน แล้วจึงขยายผลกระทบไปยังภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคเหนือในลำดับต่อไป
ลักษณะของพายุฤดูร้อนในครั้งนี้จะประกอบด้วยพายุฝนฟ้าคะนองที่รุนแรง ลมกระโชกแรงที่อาจสร้างความเสียหาย ลูกเห็บตกในบางพื้นที่ และฝนตกหนักที่อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน รวมถึงฟ้าผ่าที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน หลังจากนั้น อากาศจะคลายความร้อนลง เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมหลายพื้นที่
ผลกระทบต่อภาคใต้และข้อควรระวัง
สำหรับภาคใต้ในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 3 มีนาคม 2569 จะมีฝนลดลง เนื่องจากลมตะวันตกเฉียงเหนือพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย โดยคลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง แต่ในช่วงวันที่ 4 ถึง 5 มีนาคม 2569 ฝนจะเพิ่มขึ้นและอาจมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้คลื่นลมในอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้นด้วย
กรมอุตุนิยมวิทยาได้เน้นย้ำข้อควรระวังสำหรับประชาชนในประเทศไทยตอนบนในช่วงวันที่ 3 ถึง 5 มีนาคม 2569 ดังนี้:
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง เพื่อลดความเสี่ยงจากฟ้าผ่าและลมกระโชกแรง
- หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและอันตรายจากสภาพอากาศเลวร้าย
- เกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้กับไม้ผลและเตรียมการป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง
- ดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงการเจ็บป่วยจากความร้อนและความชื้นที่ผันผวน
การเตรียมพร้อมและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดจะช่วยลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติในครั้งนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ



