กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยธรรมชาติฉบับที่ 10 ระบุว่าในช่วงวันที่ 15-18 ตุลาคม 2566 ประเทศไทยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะใน 29 จังหวัด เนื่องจากมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น
พื้นที่เสี่ยงภัย
พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ภาคเหนือ 8 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ ภาคกลาง 6 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา ภาคตะวันออก 5 จังหวัด ได้แก่ นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด และภาคใต้ 10 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล และนครศรีธรรมราช
ผลกระทบที่คาดการณ์
จากปริมาณฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ รวมถึงน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่เสี่ยง นอกจากนี้คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
คำแนะนำสำหรับประชาชน
กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำและพื้นที่ลาดชัน ควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก รวมถึงควรอพยพไปยังที่ปลอดภัยหากมีประกาศเตือน นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่เสี่ยงในช่วงที่มีฝนตกหนัก
สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล คาดว่าจะมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงบ่ายถึงค่ำ โดยเฉพาะวันที่ 16-17 ตุลาคม ควรเตรียมร่มและเสื้อกันฝนติดตัวไว้ เนื่องจากอาจเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่การจราจรติดขัด
แนวโน้มสภาพอากาศ
คาดว่าสถานการณ์ฝนตกหนักจะเริ่มคลี่คลายลงตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคมเป็นต้นไป หลังจากร่องมรสุมเคลื่อนตัวออกจากประเทศไทย แต่ยังคงมีฝนตกบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคใต้ที่ยังได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทรสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง



