สถานการณ์น้ำท่วมในประเทศปากีสถานทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากมีฝนตกหนักจากอิทธิพลของมรสุมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดบาลูจิสถานและแคว้นสินธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูง
จากรายงานล่าสุดของสำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติปากีสถาน (NDMA) ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 154 ราย นับตั้งแต่ฤดูมรสุมเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นตัวเลขผู้เสียชีวิตสูงที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยในจำนวนนี้เป็นเด็กและผู้สูงอายุจำนวนมากที่ประสบเหตุจากน้ำท่วมและดินโคลนถล่ม
ความเสียหายในวงกว้าง
นอกจากยอดผู้เสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้นแล้ว ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 200 ราย และบ้านเรือนเสียหายจำนวนหลายพันหลัง เส้นทางคมนาคมหลายสายถูกตัดขาด ทำให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างยากลำบาก พื้นที่การเกษตรจมอยู่ใต้น้ำเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตรที่กำลังจะเก็บเกี่ยว
เจ้าหน้าที่กู้ภัยและกองทัพปากีสถานได้เร่งระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยใช้เรือและเฮลิคอปเตอร์ในการลำเลียงผู้คนออกจากพื้นที่เสี่ยง รวมถึงแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และเวชภัณฑ์ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ
สาเหตุและปัจจัยเสริม
นักอุตุนิยมวิทยาชี้ว่า ปริมาณฝนที่ตกหนักผิดปกติในปีนี้เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก ทำให้ฤดูมรสุมในปากีสถานมีความรุนแรงมากขึ้นและยาวนานกว่าปกติ นอกจากนี้ การตัดไม้ทำลายป่าและการขยายตัวของเมืองอย่างไม่เป็นระบบยังเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงขึ้นอีกด้วย
การเตือนภัยล่วงหน้า
ทางการปากีสถานได้ออกประกาศเตือนภัยให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและริมแม่น้ำ ให้อพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย พร้อมทั้งเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเลวร้ายลงอีกในสัปดาห์หน้า เนื่องจากมีแนวโน้มว่าฝนจะตกหนักเพิ่มเติม
องค์กรระหว่างประเทศหลายแห่ง รวมถึงสหประชาชาติและสภากาชาดสากล ได้เสนอให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ปากีสถาน โดยเฉพาะในด้านการบรรเทาทุกข์และการฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติ



