ยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวเมียนมาเพิ่มเป็น 144 คน บาดเจ็บกว่า 700
ยอดตายแผ่นดินไหวเมียนมา 144 เจ็บกว่า 700

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงในประเทศเมียนมาได้เพิ่มสูงขึ้นเป็น 144 รายแล้ว ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บมีมากกว่า 700 คน หน่วยกู้ภัยยังคงเร่งดำเนินการค้นหาผู้รอดชีวิตที่อาจติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังจากอาคารที่ถล่มลงมา

ความรุนแรงของแผ่นดินไหว

แผ่นดินไหวครั้งนี้มีขนาด 6.8 แมกนิจูด เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณตอนกลางของประเทศ ความรุนแรงของแรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างจำนวนมากได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว

พื้นที่ได้รับผลกระทบ

พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดคือเมืองซากาอิงและเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ทางตอนกลางของเมียนมา ในเมืองซากาอิงมีรายงานว่าอาคารหลายหลังพังถล่มลงมา รวมถึงวัดวาอารามและโรงเรียน ขณะที่เมืองมัณฑะเลย์ก็มีอาคารสูงหลายแห่งที่ได้รับความเสียหายเช่นกัน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานบรรเทาทุกข์ได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ โดยมีการใช้เครื่องจักรหนักในการเคลื่อนย้ายซากปรักหักพังเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต นอกจากนี้ยังมีการตั้งจุดพักพิงชั่วคราวเพื่อรองรับผู้ที่ไร้ที่อยู่อาศัย

องค์กรระหว่างประเทศหลายแห่งได้เสนอความช่วยเหลือไปยังรัฐบาลเมียนมา โดยเฉพาะในด้านการแพทย์และการบรรเทาทุกข์ ขณะที่เพื่อนบ้านอย่างไทยและอินเดียก็ได้แสดงความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สาเหตุและการเตือนภัย

นักธรณีวิทยาระบุว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนสะกาย ซึ่งเป็นรอยเลื่อนที่มีพลังและเคยก่อให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในอดีต ทางการเมียนมาได้ออกประกาศเตือนภัยแผ่นดินไหวในพื้นที่เสี่ยง และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อกที่อาจเกิดขึ้นอีก

ผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน

แผ่นดินไหวครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในวงกว้าง โดยระบบสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้าและน้ำประปา ได้รับความเสียหายในหลายพื้นที่ โรงเรียนและสถานที่ราชการต้องปิดทำการชั่วคราว ขณะที่การจราจรทางถนนและทางรถไฟบางเส้นทางถูกตัดขาดเนื่องจากความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน

รัฐบาลเมียนมาได้ประกาศให้พื้นที่ประสบภัยเป็นเขตภัยพิบัติ และกำลังเร่งประเมินความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน คาดว่ายอดผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอาจเพิ่มขึ้นอีกเมื่อการค้นหาดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง