กทม.ชวนร่วมปิดไฟ 1 ชั่วโมงลดโลกร้อน ประชาชนตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพและมาตรการรัฐ
กทม.ชวนปิดไฟ 1 ชั่วโมงลดโลกร้อน ประชาชนตั้งคำถาม (28.03.2026)

กทม.ชวนประชาชนร่วมปิดไฟ 1 ชั่วโมงลดโลกร้อน ประชาชนตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพและมาตรการรัฐ

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เชิญชวนประชาชนให้ร่วมกิจกรรม "ปิดไฟ 1 ชั่วโมง" เพื่อลดโลกร้อน ภายใต้แคมเปญ Earth Hour 2026 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในเวลา 20.30 - 21.30 น. ของวันนี้ (28 มีนาคม 2569) โดยกิจกรรมนี้จัดพร้อมกับอีกกว่า 7,000 เมืองทั่วโลก เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านการประหยัดพลังงานและสิ่งแวดล้อม

สถานที่สำคัญร่วมปิดไฟเชิงสัญลักษณ์และความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ

สำหรับปีนี้ กทม.ได้ระบุสถานที่สำคัญ 3 แห่งที่ร่วมปิดไฟเชิงสัญลักษณ์ ได้แก่ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, เสาชิงช้าและวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร, รวมถึงภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร นอกจากนี้ กทม.ยังขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการ เจ้าของอาคาร ร้านค้า และประชาชนทั่วไป ให้ปิดไฟที่ไม่จำเป็น เช่น ไฟประดับ ไฟอาคาร ป้ายโฆษณา และไฟบ้านเรือน รวมถึงถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งาน และลดการใช้เครื่องปรับอากาศเป็นเวลา 1 ชั่วโมง

ผลลัพธ์จากกิจกรรมปีก่อนและเสียงสะท้อนจากประชาชน

จากการจัดกิจกรรมปิดไฟลดโลกร้อนในปี 2568 ที่ผ่านมา กทม.รายงานว่าสามารถประหยัดพลังงานค่าไฟได้ 13,000 บาท และลดการใช้ไฟฟ้าได้ 134 เมกะวัตต์ ซึ่งช่วยลดปริมาณคาร์บอนมอนออกไซด์ได้ 58.6 ตัน หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ใหญ่กว่า 5,860 ต้น อย่างไรก็ตาม ประชาชนบางส่วนได้ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของกิจกรรมดังกล่าว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ทีมข่าวไทยพีบีเอสได้ลงพื้นที่บริเวณลานคนเมือง-เสาชิงชา กรุงเทพมหานคร เพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับกิจกรรม "ปิดไฟ 1 ชั่วโมง" หลายคนให้ความเห็นตรงกันว่าให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงานอยู่แล้ว เพราะช่วยลดค่าใช้จ่าย และเข้าร่วมกิจกรรมทุกปีตามที่ กทม.ขอความร่วมมือ โดยส่วนใหญ่รับทราบข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียของ กทม.

เจ้าของคลินิกแพทย์แผนจีนรายหนึ่งเปิดเผยว่า เข้าร่วมกิจกรรมมาทุกปีและมีแนวทางประหยัดพลังงานส่วนตัว เช่น การปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นหลังปิดคลินิกในเวลา 17.30 น. รวมถึงตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไว้ที่ 26-27 องศาเซสเซียส แต่ก็มองว่ากิจกรรมนี้ช่วยได้เพียงบางส่วนเมื่อเทียบกับภาพรวมทั้งประเทศ จึงอยากให้มีการประกาศสถิติที่ชัดเจนว่าในแต่ละปี กิจกรรมดังกล่าวสามารถประหยัดพลังงานได้มากน้อยเพียงใด

ขณะที่ข้าราชการคนหนึ่งมองว่า แม้จะเป็นกิจกรรมที่ใช้ระยะเวลาสั้น ๆ แต่ส่งผลดีต่อการช่วยสร้างนิสัยการใช้พลังงาน พร้อมระบุว่าการเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ ของคนจำนวนมาก สามารถสร้างผลกระทบในวงกว้างได้ อย่างไรก็ตาม ประชาชนบางคนยังต้องการเห็นมาตรการที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมจากภาครัฐ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการลดการใช้พลังงานและแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างยั่งยืน