อุตุฯ เตือนพายุฤดูร้อน 47 จังหวัด รับมือฝนฟ้าคะนอง-ลูกเห็บตก
อุตุฯ เตือนพายุฤดูร้อน 47 จังหวัด รับมือฝนฟ้าคะนอง-ลูกเห็บตก

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน โดยมีผลกระทบในวันที่ 14-17 มีนาคม พ.ศ. 2568 รวม 47 จังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คาดว่าจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนในครั้งนี้ครอบคลุมหลายภูมิภาค โดยภาคเหนือประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้แก่ จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลางมีจังหวัดสระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และนครสวรรค์ ส่วนภาคตะวันออกได้แก่ จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด โดยเฉพาะบริเวณที่มีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตก ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คำแนะนำจากกรมอุตุนิยมวิทยา

นายสมชาย ใบม่วง อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า “พายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นผลจากความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมพื้นที่ดังกล่าว” นอกจากนี้ ยังขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือสายด่วน 1182

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันผลผลิตทางการเกษตรที่อาจได้รับความเสียหายจากลมแรงและลูกเห็บ เช่น การคลุมต้นไม้หรือผักด้วยตาข่าย หรือการเก็บเกี่ยวพืชที่พร้อมแล้วก่อนที่พายุจะเข้ามา

ผลกระทบต่อการเดินทางและชีวิตประจำวัน

พายุฤดูร้อนในครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทาง โดยเฉพาะผู้ที่ใช้เส้นทางผ่านพื้นที่เสี่ยง ควรเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่เนื่องจากถนนลื่นจากฝนและอาจมีต้นไม้ล้มขวางทาง นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่ที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง เนื่องจากอาจเกิดอันตรายจากฟ้าผ่าหรือวัตถุหลุดร่วง

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเตรียมสิ่งของจำเป็น เช่น ไฟฉาย ถ่านสำรอง และน้ำดื่ม รวมถึงตรวจสอบความแข็งแรงของบ้านเรือนและหลังคา เพื่อลดความเสียหายจากลมแรง ในกรณีที่เกิดลูกเห็บตก ควรอยู่ในอาคารที่มั่นคงและหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น