ค่าฝุ่น PM2.5 เชียงใหม่พุ่งสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก กระทบสุขภาพน่าเป็นห่วง
ค่าฝุ่น PM2.5 เชียงใหม่พุ่งสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก

สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่ ยังคงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 เวลา 09.00 น. ค่าฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พุ่งสูงขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลก วัดค่าได้ถึง 194 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรถึงเกือบ 4 เท่า ส่งผลให้คุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง

ค่าฝุ่น PM2.5 เชียงใหม่ทะลุ 190 ไมโครกรัม

ข้อมูลจากแอปพลิเคชัน AirVisual ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มติดตามคุณภาพอากาศระดับโลก ระบุว่า จังหวัดเชียงใหม่ ครองตำแหน่งเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลก โดยมีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) สูงถึง 244 ซึ่งจัดอยู่ในระดับสีแดง หรือมีผลกระทบต่อสุขภาพทุกกลุ่มประชากร ขณะที่กรุงเทพมหานคร วัดค่า PM2.5 ได้ 57 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในอันดับที่ 13 ของโลก

นายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่รุนแรงในขณะนี้ ส่งผลให้มีผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด และโรคหัวใจและหลอดเลือด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สาเหตุหลักจากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ค่าฝุ่น PM2.5 ในเชียงใหม่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ มาจากการเกิดไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอแม่แตง อำเภอเชียงดาว และอำเภออมก๋อย รวมถึงการเผาในที่โล่งเพื่อเตรียมพื้นที่ทำการเกษตร ส่งผลให้เกิดหมอกควันปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายสมคิด ปัญญาแก้ว ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้เร่งดำเนินการควบคุมไฟป่าและลาดตระเวนอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาทุกชนิด แต่ยังคงพบการลักลอบเผาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ

ผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจ

ค่าฝุ่น PM2.5 ที่สูงเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง โดยศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศจังหวัดเชียงใหม่ รายงานว่า จำนวนผู้ป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศในเดือนมีนาคม 2568 เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากยกเลิกการเดินทาง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กังวลเรื่องสุขภาพ

นางสาวอรพินท์ วงศ์คำ เจ้าของร้านอาหารในตัวเมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า “ช่วงนี้ยอดขายลดลงมากกว่า 50% เพราะนักท่องเที่ยวหายไปเกือบหมด บางวันแทบไม่มีลูกค้าเลย” ขณะที่ธุรกิจโรงแรมหลายแห่งต้องปรับลดราคาห้องพักลงเพื่อดึงดูดลูกค้า แต่ก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้

แนวทางป้องกันและแก้ไข

ทางจังหวัดเชียงใหม่ได้ประกาศให้พื้นที่เสี่ยงเป็นเขตภัยพิบัติ และสั่งการให้ทุกอำเภอเฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า โดยได้ขอรับการสนับสนุนเครื่องบินดับไฟป่าจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเร่งควบคุมสถานการณ์

นายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์ แนะนำประชาชนให้สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากาก N95 เมื่อออกนอกบ้าน หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และปิดประตูหน้าต่างเพื่อป้องกันฝุ่นเข้าสู่ที่พักอาศัย พร้อมทั้งติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ คาดว่าสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในเชียงใหม่จะยังคงรุนแรงต่อไปอีกอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เนื่องจากสภาพอากาศปิดและไม่มีลมช่วยพัดพาฝุ่นออกไป จนกว่าจะมีฝนตกหนักมาช่วยบรรเทาสถานการณ์