สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และความก้าวหน้าการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจังหวัดเชียงราย โดยเริ่มต้นที่จุดแรกบริเวณห้วยแม่เปา ตำบลแม่เปา อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมหนักในปี 2568 สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จากการที่ลำห้วยแม่เปาไหลเข้าท่วมพื้นที่
ระบบเตือนภัยลุ่มน้ำกก-อิง
นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พร้อมด้วยนายประเสริฐ จิตพลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันตรวจสอบระบบแจ้งเตือนน้ำท่วมในลุ่มน้ำกก-อิง จังหวัดเชียงราย โดยมั่นใจว่าระบบเตือนภัยมีความแม่นยำ โดยเฉพาะแม่น้ำกกที่สามารถแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ถึง 12 ชั่วโมง
รองศาสตราจารย์ชูโชค อายุพงศ์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า พื้นที่น้ำท่วมในลุ่มน้ำอิง เขตอำเภอพญาเม็งราย มี 2 จุดหลัก คือ ลำน้ำต๊าก และลำห้วยแม่เปา ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายชุมชน การติดตั้งระบบเตือนภัยต้นน้ำลำห้วยแม่เปาจะช่วยให้สามารถแจ้งเตือนเมื่อเกิดน้ำหลากได้ล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เพียงพอสำหรับการอพยพหนีน้ำ ลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
ล่าสุดในปี 2569 สถาบันพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ดำเนินการติดตั้งระบบเตือนภัยภายใต้โครงการต้นแบบเตือนภัยน้ำท่วม (Flood Boy) ในพื้นที่ต้นน้ำห้วยแม่เปา โดยระบบจะทำการแจ้งเตือนวันละ 1 ครั้งในช่วงเช้าหากไม่มีวิกฤต แต่เมื่อเรดาร์ตรวจพบกลุ่มฝน จะมีการส่งสัญญาณเตือนทุกครึ่งชั่วโมง และเพิ่มความถี่เป็นทุก 15 นาทีเมื่อสถานการณ์รุนแรงขึ้น เมื่อองค์การบริหารส่วนตำบลหรือผู้นำชุมชนได้รับทราบข้อมูล จะต้องดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้เฝ้าระวังอย่างทันท่วงที ปัจจุบันได้นำร่องในพื้นที่ต้นน้ำที่มีความเสี่ยงสูงและเคยเกิดน้ำท่วมหนักจำนวน 7 จุดในลุ่มน้ำจังหวัดเชียงราย
แผนป้องกันน้ำท่วมในเขตเทศบาลนครเชียงราย
คณะได้เดินทางต่อไปยังแม่น้ำกก เขตเทศบาลนครเชียงราย ซึ่งได้รับผลกระทบหนักจากน้ำท่วมในปี 2567 จากอิทธิพลพายุยางิ ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะชุมชนริมแม่น้ำกก นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวถึงแผนเร่งรัดโครงการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำกกว่า ล่าสุดได้มีการก่อสร้างพนังป้องกันน้ำท่วมสูง 1.20 เมตร ระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ครอบคลุมริมแม่น้ำกกในชุมชนป่าแดง ฝั่งหมิ่น และร่องเสือเต้น เพื่อป้องกันน้ำท่วมในอนาคต
ผู้ช่วยศาสตราจารย์อังกูร ว่องตระกูล ผู้ทรงคุณวุฒิลุ่มน้ำโขงเหนือ และหัวหน้าโครงการวิจัยระบบเตือนภัยและแนวป้องกันน้ำท่วมในเขตเมืองเชียงราย กล่าวว่า น้ำท่วมใหญ่เชียงรายในปี 2567 ถือเป็นน้ำท่วมใหญ่ในรอบ 100 ปี โดยมีอัตราการไหลของน้ำประมาณ 1,450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปัญหาสำคัญในลุ่มน้ำกก เขตเทศบาลนครเชียงราย คือการไม่มีเกณฑ์ตัวเลขที่ชัดเจนในการติดตามสถานการณ์ ทำให้ไม่ทราบว่าควรใช้สถานีต้นน้ำจุดใดเป็นสถานีเตือนภัย และสถานีท้ายน้ำใดในเขตเมืองเป็นตัวติดตามสถานการณ์น้ำ ซึ่งแตกต่างจากลุ่มน้ำสำคัญอื่นๆ ในภาคเหนือ เช่น ปิง วัง ยม น่าน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์อังกูรกล่าวเพิ่มเติมว่า แม่น้ำกกเคยเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมเมืองเชียงรายครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2514 หลังจากนั้นไม่ประสบปัญหาน้ำท่วมอีกเลย ส่วนน้ำฝนตกท่วมในเขตเมืองได้รับการแก้ไขโดยทางโยธาธิการมาหลายระยะ ทำให้ไม่มีน้ำท่วมขังในเขตเมือง แต่น้ำท่วมปี 2567 เมื่อระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ระบบไม่สามารถรับน้ำได้ โครงการวิจัยฯ ได้รับโจทย์จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้จัดทำเกณฑ์เตือนภัยที่ชัดเจนภายใน 1 ปี โดยรวบรวมข้อมูลจาก 3 หน่วยงานที่มีสถานีในลุ่มน้ำกก ได้แก่ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ มีการทำแบบจำลองการไหลจากต้นน้ำที่ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ถึงท้ายน้ำที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ได้เกณฑ์ที่ผ่านการปรับปรุงร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เทศบาลนครเชียงราย และ ปภ.จังหวัด จำนวน 3-4 ครั้ง จนได้ "เกณฑ์เตือนภัย" ที่ชัดเจน
สำหรับการติดตามสถานการณ์ จะใช้สถานีต้นน้ำที่ตำบลแม่นาวางและตำบลท่าตอน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานีเตือนภัย โดยใช้เกณฑ์ระดับน้ำ 5.5 เมตร ซึ่งทุกหน่วยงานจะต้องเตรียมพร้อมติดตามสถานการณ์ หากระดับน้ำถึง 6.5 เมตร น้ำจะเริ่มท่วมพื้นที่กลาง และที่ระดับ 7.5 เมตร จะเกิดน้ำท่วมหนัก นอกจากนี้ยังมี "เกณฑ์สังเกตการณ์" โดยใช้สถานีสะพานพ่อขุน แบ่งพื้นที่น้ำท่วมออกเป็น 5 โซน ขึ้นอยู่กับระดับน้ำที่สะพานพ่อขุน หากระดับน้ำกกที่ 6 เมตร พื้นที่ลุ่มต่ำตามแม่น้ำกกจะท่วมก่อน ตั้งแต่ตำบลแม่ยาว ตำบลห้วยชมภู ฝั่งหมิ่น ป่าแดง และริมกก โดยมีอัตราการไหลของน้ำ 650 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ในปี 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์อังกูรได้ร่วมกับ สทนช. สนับสนุนข้อมูลการติดตามสถานการณ์แม่น้ำกกแก่ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า รวมถึงข้อมูลและเกณฑ์การเตือนภัย งานวิจัยได้จัดทำอัตราการไหลเพื่อเชื่อมต่อระหว่างกรมชลประทานและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กำหนดตลิ่งและศูนย์เสาใหม่ให้สอดคล้องกัน ทำให้หลายหน่วยงานสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ นอกจากนี้ยังสนับสนุนข้อมูลให้กับ ปภ.จังหวัดเชียงราย โดยใช้เกณฑ์ที่ทุกหน่วยงานร่วมกันกำหนด และมีการประชุมทุกเช้าเมื่อมีสถานการณ์ เกณฑ์ที่ใช้ในการวัดเมื่อเกิดพายุวิภาในปี 2568 ได้นำไปคำนวณและจัดทำหนังสือแจ้งเตือนให้ ปภ.จังหวัดและเทศบาลนครเชียงราย เพื่อออกข้อมูลแจ้งประชาชนชาวเชียงรายทราบล่วงหน้า 12 ชั่วโมง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์อังกูรกล่าวถึงลักษณะภูมิศาสตร์ของลุ่มน้ำกกว่า ต้นน้ำอยู่ในประเทศเมียนมา และมีความลาดเอียงค่อนข้างมากในช่วงที่ไหลจากเมียนมาเข้าสู่อำเภอแม่อาย โดยเฉลี่ยลาดเอียง 1:200 หรือ 1:300 ซึ่งค่อนข้างชันมาก ส่งผลให้น้ำมีความเร็วสูงบริเวณตำบลแม่ยาว อำเภอเมืองเชียงราย ก่อนเข้าสู่เขตเทศบาลนครเชียงราย ทำให้เห็นความเสียหายของอาคารหรือสะพานขนาดใหญ่ แต่เมื่อน้ำไหลเข้าสู่เขตเมือง ความลาดเอียงลดลงเหลือน้อยกว่า 1:2000 หรือ 1:3000 ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นช้า โดยบริเวณต้นน้ำตำบลท่าตอน ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นชั่วโมงละ 5-10 เซนติเมตร หรือสูงสุด 15 เซนติเมตร แต่เมื่อน้ำลดที่บริเวณสะพานพ่อขุน ระดับน้ำจะลดลงเพียงชั่วโมงละ 1 เซนติเมตร ดังนั้นเมื่อฝนตกหนักในพื้นที่ จะใช้เวลา 3-5 เท่า หรือประมาณ 2-3 สัปดาห์ในการระบายน้ำออก ซึ่งต้องทำงานร่วมกับโครงการชลประทานจังหวัดเชียงรายในการตัดสินใจเปิด-ปิดประตูฝายเชียงราย
การติดตามสถานการณ์ในลุ่มน้ำกกมีความยากกว่าแม่น้ำที่อยู่ในประเทศ เนื่องจากข้อจำกัดที่ต้นน้ำอยู่ในเมียนมาไม่สามารถติดตั้งอุปกรณ์วัดน้ำได้ โครงการวิจัยฯ จึงกำลังร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาใช้เรดาร์วัดปริมาณน้ำฝนเพื่อการแจ้งเตือนและเฝ้าระวัง
รองศาสตราจารย์ชูโชค อายุพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันระบบเตือนภัยลุ่มน้ำกกสามารถแจ้งเตือนล่วงหน้า 9-12 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเพียงพอ ทำให้ประชาชนสามารถยกของหนีน้ำได้ทัน และปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน การประเมินที่สำคัญคือการรู้ว่าน้ำจะมาถึงระดับ 7 เมตร ประชาชนจะสามารถทราบได้ว่าน้ำจะท่วมสูงเท่าใด และพื้นที่ใดบ้างที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจะต้องมีเสาหลักน้ำท่วม (Flood Mark) ตรวจสอบกับพื้นที่จริง สิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุดเมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ 3 ประการ คือ การพยากรณ์ที่แม่นยำ เครื่องมือสนับสนุนการเตือนภัย และประสิทธิภาพของศูนย์เตือนภัยพิบัติ
รายงานโดย โกวิทย์ บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ



