กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังโรคฮีทสโตรกหรือโรคลมแดด เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่อุณหภูมิสูงที่สุดของปี
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
โรคฮีทสโตรกเกิดจากร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ทัน ทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ระบบต่างๆ ทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะระบบประสาทส่วนกลาง ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ การอยู่ในที่กลางแจ้งเป็นเวลานาน การออกกำลังกายหนักในสภาพอากาศร้อน และการดื่มน้ำไม่เพียงพอ
กลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดฮีทสโตรก ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ รวมถึงผู้ที่ใช้ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาแก้แพ้ และยาลดความดันโลหิตบางประเภท
อาการที่ควรสังเกต
- อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยวัดได้มากกว่า 40 องศาเซลเซียส
- ผิวหนังแดง ร้อน แห้ง ไม่มีเหงื่อออก
- ปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน
- หัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็วและแรง
- สับสน มึนงง พูดไม่ชัด หรือหมดสติ
หากพบผู้มีอาการดังกล่าว ควรปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยย้ายผู้ป่วยเข้าที่ร่มหรือในที่อากาศถ่ายเทสะดวก จัดให้นอนราบยกเท้าสูง ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบตามซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ เพื่อลดอุณหภูมิร่างกายโดยเร็วที่สุด จากนั้นรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
คำแนะนำในการป้องกัน
กรมควบคุมโรค แนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน ดังนี้
- ดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆ อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว โดยไม่ต้องรอให้กระหายน้ำ
- หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในช่วงเวลา 11.00-15.00 น.
- สวมใส่เสื้อผ้าสีอ่อน ระบายอากาศได้ดี และสวมหมวกหรือกางร่มเมื่อออกแดด
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เพราะจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น
- ผู้ที่ออกกำลังกาย ควรเลือกช่วงเช้าหรือเย็น และลดความหนักของการออกกำลังกายลง
นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคยังขอให้ประชาชนดูแลผู้สูงอายุและเด็กเล็กที่อยู่ที่บ้าน โดยจัดให้อยู่ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก และให้ดื่มน้ำเป็นระยะ รวมถึงสังเกตอาการผิดปกติ หากพบว่ามีอาการที่เข้าข่ายฮีทสโตรก ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที เพราะหากปล่อยไว้นานอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ประเทศไทยจะมีอุณหภูมิสูงถึง 40-43 องศาเซลเซียสในบางพื้นที่ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดในรอบหลายปี ดังนั้น ประชาชนควรเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศร้อนจัดอย่างเคร่งครัด



