คุมเข้ม! ตร.ตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ช่วงสงกรานต์ หวังลดอุบัติเหตุ
คุมเข้ม! ตร.ตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ช่วงสงกรานต์

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดปฏิบัติการเข้มข้นตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ทั่วประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2568 เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนที่มักเกิดขึ้นในช่วงวันหยุดยาว โดยเน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ขับขี่ที่ดื่มแล้วขับ

มาตรการเข้มข้น ตั้งด่านตรวจทั่วประเทศ

พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทุกกองบัญชาการทั่วประเทศจัดตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์บนเส้นทางหลักและเส้นทางรองที่มีการจราจรหนาแน่น โดยเฉพาะจุดเสี่ยงที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร อาสาสมัคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมปฏิบัติการ

เป้าหมายลดจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

ข้อมูลจากศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนระบุว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเฉลี่ยวันละกว่า 50 ราย ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการขับขี่ขณะเมาสุราและการขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น การตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์จึงเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • เจ้าหน้าที่จะใช้เครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจกับผู้ขับขี่ทุกรายที่ผ่านจุดตรวจ
  • ผู้ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์) จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
  • นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบเอกสารสำคัญ เช่น ใบขับขี่ พ.ร.บ. และทะเบียนรถ

รณรงค์เมาไม่ขับ ประชาชนร่วมใจ

นอกจากการตั้งด่านตรวจแล้ว ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้ร่วมกับภาคเอกชนและองค์กรต่างๆ รณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายจากการขับขี่ขณะมึนเมา โดยใช้สื่อโซเชียลมีเดียและป้ายประชาสัมพันธ์ตามจุดต่างๆ ทั่วประเทศ พร้อมทั้งแนะนำให้ใช้บริการรถสาธารณะหรือหาเพื่อนที่ไม่ได้ดื่มเป็นคนขับแทน

พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ไม่ได้มุ่งเน้นการจับกุมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน ประชาชนทุกคนควรตระหนักว่าชีวิตมีค่ามากกว่าการดื่มแล้วขับ

บทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน

ผู้ที่ถูกตรวจพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่ากฎหมายกำหนด จะถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่เป็นเวลา 6 เดือน หากเป็นผู้ขับขี่ที่เคยถูกดำเนินคดีมาก่อนจะถูกเพิ่มโทษเป็นสองเท่า

นอกจากนี้ หากการขับขี่ขณะเมาสุราก่อให้เกิดอุบัติเหตุจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ผู้ขับขี่จะถูกดำเนินคดีในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ หรือถึงแก่ความตาย ซึ่งมีอัตราโทษสูงถึงจำคุก 10 ปี และปรับสูงสุด 200,000 บาท

ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

การดำเนินการในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการจัดตั้งจุดบริการประชาชนและจุดพักรถตามเส้นทางหลัก เพื่อให้ผู้เดินทางได้พักผ่อนและลดความเมื่อยล้า ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้ประชาชนเดินทางอย่างปลอดภัย วางแผนการเดินทางล่วงหน้า และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัว ปราศจากอุบัติเหตุและความสูญเสีย