เข้าสู่หน้าฝนและช่วงที่มีพายุฟ้าร้อง สิ่งที่ต้องระมัดระวังคืออันตรายจากฟ้าผ่าและไฟกระชาก ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในบ้าน บทความนี้จะพาไปรู้จัก 5 กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความเสี่ยงสูง พร้อมวิธีป้องกัน
อันตรายจากฟ้าผ่าและไฟกระชาก
เมื่อเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ปรากฏการณ์ฟ้าผ่าสามารถทำให้เกิดภาวะแรงดันไฟฟ้าสูงชั่วขณะ หรือไฟกระชาก วิ่งผ่านสายไฟและสายสัญญาณเข้าสู่ตัวบ้าน สร้างความเสียหายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความเปราะบางต่อกระแสไฟฟ้า
5 เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไอทีที่ต้องระวัง
1. ทีวีและอุปกรณ์รับสัญญาณ
ทีวีที่เชื่อมต่อกับเสาอากาศภายนอกบ้านหรือจานดาวเทียม มีความเสี่ยงสูงจากกระแสไฟฟ้าที่วิ่งมาตามสายสัญญาณเมื่อเกิดฟ้าผ่าใกล้เคียง ควรถอดปลั๊กไฟและสายสัญญาณทันทีเมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้องรุนแรง
2. คอมพิวเตอร์และเราเตอร์อินเทอร์เน็ต
คอมพิวเตอร์และเราเตอร์ Wi-Fi มีความละเอียดอ่อนต่อความผันผวนของกระแสไฟฟ้าสูง ไฟกระชากเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เมนบอร์ดหรือฮาร์ดดิสก์เสียหาย นอกจากนี้กระแสไฟยังสามารถวิ่งผ่านสาย LAN ที่เชื่อมต่อจากภายนอกได้
3. สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่กำลังเสียบชาร์จ
การใช้งานสมาร์ทโฟนขณะเสียบชาร์จในช่วงพายุฝนฟ้าคะนองเป็นพฤติกรรมเสี่ยงอันตราย หากเกิดฟ้าผ่าและไฟกระชาก กระแสไฟฟ้าอาจลัดวงจรผ่านอะแดปเตอร์ชาร์จมาถึงตัวผู้ใช้งานได้
4. เครื่องทำน้ำอุ่น
แม้เครื่องทำน้ำอุ่นสมัยใหม่จะมีระบบตัดไฟ (ELCB) แต่ควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำขณะฝนตกหนักหรือมีฟ้าผ่ารุนแรงเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันจากระบบสายดินชำรุดหรือไฟฟ้ารั่ว
5. เครื่องปรับอากาศ
คอมเพรสเซอร์แอร์ที่ตั้งอยู่ภายนอกอาคารมีความเสี่ยงต่อฟ้าผ่าโดยตรง แม้โอกาสไม่บ่อย แต่หากมีไฟตกหรือไฟดับสลับกันบ่อยขณะแอร์ทำงาน อาจทำให้มอเตอร์หรือคอมเพรสเซอร์ทำงานหนักและเสียหายในที่สุด
วิธีป้องกันอันตรายจากไฟกระชาก
- ถอดปลั๊กอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น เมื่อเริ่มมีฝนตกหนักและฟ้าร้อง ควรถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าและสายสัญญาณต่างๆ ออกทันที
- ใช้ปลั๊กพ่วงที่มีระบบป้องกันไฟกระชาก เลือกใช้ปลั๊กไฟที่ได้มาตรฐาน มอก. และมีระบบ Surge Protection เพื่อลดทอนความเสียหายเบื้องต้น
- ตรวจสอบระบบสายดิน บ้านทุกหลังควรติดตั้งระบบสายดินที่ถูกต้อง และหมั่นตรวจสอบสภาพสายไฟของอุปกรณ์ต่างๆ หากชำรุดควรหยุดใช้งานและซ่อมแซมทันที
ช่วงฝนตกฟ้าร้องเป็นสัญญาณเตือนถึงอันตรายจากฟ้าผ่า ซึ่งส่งผลให้ระบบไฟฟ้ามีความไม่แน่นอน การรู้เท่าทันและระมัดระวังการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังสูงและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความเปราะบาง ด้วยการถอดปลั๊กเมื่อไม่จำเป็นและเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันที่ได้มาตรฐาน ถือเป็นวิธีรับมือที่ทำได้ง่ายและช่วยลดความสูญเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ



