เตือนฉบับที่ 5 ฝนตกหนักถึงหนักมาก 15-18 พ.ค. เช็กจังหวัดเสี่ยง
เตือนฉบับที่ 5 ฝนตกหนักถึงหนักมาก 15-18 พ.ค.

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 5 เรื่อง "ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน" ซึ่งมีผลกระทบจนถึงวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 โดยระบุว่าประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในหลายพื้นที่

พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ

ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ต้องเตรียมรับมือกับฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

สาเหตุของสภาพอากาศแปรปรวน

หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่างจะเคลื่อนขึ้นไปปกคลุมอ่าวเบงกอลตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้มีฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทย

ในช่วงวันที่ 15–18 พฤษภาคม 2569 ทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา มีคลื่นสูง 2–3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่ง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ

  • วันที่ 15 พฤษภาคม 2569: ภาคเหนือ (เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง) ภาคกลาง (กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี) ภาคตะวันออก (ชลบุรี ระยอง จันทบุรี) ภาคใต้ (ภูเก็ต กระบี่ ตรัง)
  • วันที่ 16 พฤษภาคม 2569: ภาคเหนือ (พิษณุโลก เพชรบูรณ์) ภาคกลาง (พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี) ภาคตะวันออก (ฉะเชิงเทรา สระแก้ว) ภาคใต้ (สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช)
  • วันที่ 17 พฤษภาคม 2569: ภาคเหนือ (น่าน แพร่) ภาคกลาง (ลพบุรี สระบุรี) ภาคตะวันออก (ปราจีนบุรี) ภาคใต้ (พัทลุง สงขลา)
  • วันที่ 18 พฤษภาคม 2569: ภาคเหนือ (ตาก กำแพงเพชร) ภาคกลาง (ราชบุรี กาญจนบุรี) ภาคตะวันออก (ตราด) ภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส)

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทรศัพท์หมายเลข 0-2399-4012-13 และ 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง