ตำรวจย้ำสิ้นสุดมาตรการ 'เตือนก่อนปรับ' 31 มี.ค. ดีเดย์ 1 เม.ย. บังคับใช้กฎหมายจราจรเข้ม 10 ข้อ
ตำรวจสิ้นสุด 'เตือนก่อนปรับ' 31 มี.ค. เริ่มบังคับใช้กฎหมายจราจรเข้ม 1 เม.ย.

ตำรวจประกาศสิ้นสุดมาตรการ 'เตือนก่อนปรับ' 31 มีนาคมนี้ พร้อมดีเดย์บังคับใช้กฎหมายจราจรเข้ม 1 เมษายน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกมาย้ำเตือนประชาชนอย่างเป็นทางการว่า มาตรการผ่อนปรน "เตือนก่อนปรับ" สำหรับผู้กระทำผิดกฎจราจรจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 มีนาคม 2569 นี้ โดยหลังจากนั้นจะเข้าสู่ระยะที่ 2 ซึ่งมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเต็มรูปแบบ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

ยอดเตือนสะสมกว่า 196,000 ครั้งในช่วง 3 เดือน

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ตำรวจได้ดำเนินมาตรการ "เตือนก่อนปรับ" โดยมุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์และตักเตือนเพื่อสร้างการรับรู้เรื่องกฎหมายและวินัยจราจร ผ่านระบบ PTM ซึ่งมีจำนวนการว่ากล่าวตักเตือนสะสมสูงถึง 196,028 ครั้ง ในช่วงระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา

มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนขับเคลื่อนการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระยะ โดยระยะที่ 1 คือ "เตือนก่อนปรับ" ที่กำลังใช้ปฏิบัติจนถึงสิ้นเดือนมีนาคมนี้ และถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเข้าสู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

บังคับใช้กฎหมายเข้ม 10 ข้อหลักเพื่อลดอุบัติเหตุ

พล.ต.อ.สำราญฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังพ้นระยะตักเตือนในวันที่ 31 มีนาคม ตำรวจจราจรจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดใน 10 ข้อหาหลัก ที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยเน้นย้ำให้ประชาชนตรวจสอบและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด

"ขอเน้นย้ำให้ประชาชนเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ช่วงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นไป เพื่อร่วมกันสร้างสังคมการขับขี่ที่ปลอดภัย" พล.ต.อ.สำราญฯ กล่าว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นโยบายนี้สอดคล้องกับคำสั่งของพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้สั่งการในการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ให้มุ่งเน้นการลดอุบัติเหตุ บังคับใช้กฎหมาย และเสริมสร้างวินัยจราจรให้กับประชาชนเป็นสำคัญ

การดำเนินการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยลดความสูญเสียบนถนนและส่งเสริมวัฒนธรรมการขับขี่ที่มีความรับผิดชอบมากขึ้นในระยะยาว