กลุ่มผู้เสียหายกว่า 30 รายแจ้งความ 'แอ็คมี่ วรวัฒน์' ชักชวนลงทุนคริปโทฯ เสียหายกว่า 1.3 พันล้านบาท
ผู้เสียหายกว่า 30 รายแจ้งความ 'แอ็คมี่' ชักชวนลงทุนคริปโทฯ (10.03.2026)

กลุ่มผู้เสียหายกว่า 30 รายแจ้งความ 'แอ็คมี่ วรวัฒน์' ชักชวนลงทุนคริปโทฯ เสียหายกว่า 1.3 พันล้านบาท

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 กลุ่มผู้เสียหายจำนวนกว่า 30 คน ได้รวมตัวกันเดินทางไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ นายวรวัฒน์ นาคแนวดี หรือที่รู้จักในชื่อ "แอ็คมี่" (Acme) ข้อกล่าวหาหลักคือการชักชวนให้ร่วมลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลหรือคริปโทเคอร์เรนซี โดยผู้เสียหายระบุว่า ความเสียหายรวมในเบื้องต้นมีมูลค่าสูงถึง 1,386 ล้านบาท สถานการณ์นี้สะท้อนถึงปัญหาการลงทุนที่ผิดกฎหมายในวงการดิจิทัลที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ย้อนรอยการตรวจสอบโดยหน่วยงานรัฐ

กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายวรวัฒน์ถูกหน่วยงานรัฐตรวจสอบ หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2566 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เคยกล่าวโทษนายวรวัฒน์และบริษัท 1000X Limited ต่อ บก.ปอศ. มาก่อนแล้ว ในความผิดฐานร่วมกันประกอบธุรกิจผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืน มาตรา 26 พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ.2561

ข้อมูลจากการตรวจสอบของ ก.ล.ต. พบว่า ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2565 เว็บไซต์ 1000x.live ซึ่งมีนายวรวัฒน์เป็นเจ้าของและผู้ดำเนินการ ได้แสดงตนว่าพร้อมให้บริการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นทางค้าปกติ โดยกระทำนอกศูนย์ซื้อขายที่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ยังมีการใช้ระบบแจ้งเตือนธุรกรรมผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลกว่า 5,000 ที่อยู่ บนเว็บไซต์ดังกล่าว ซึ่ง ก.ล.ต. มองว่าเป็นการกระทำที่ครบถ้วนสมบูรณ์ต่อการดำเนินธุรกิจแบบผิดกฎหมาย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เปิดประวัติ "แอ็คมี่" จากนักร้องสู่นักธุรกิจ

นายวรวัฒน์ นาคแนวดี ปัจจุบันอายุ 36 ปี เริ่มต้นเป็นที่รู้จักผ่านบทบาทนักร้องนำวงร็อกชื่อ DoubleDeep ที่เขามักนิยามวงดนตรีของตนเองว่าเป็น "วงร็อกเพื่อนรักนักเทรด" เนื่องจากสมาชิกในวงมีความเกี่ยวพันกับวงการการลงทุน ในโลกของการเทรด นายวรวัฒน์ใช้ชื่อในวงการว่า "Acme Traderist" และได้รับฉายาจากเหล่าแฟนคลับว่า "เทพคริปโทฯ" หรือ "ซีอีโอหมื่นล้าน" มักอ้างว่าตนเองเป็นคนไทยกลุ่มแรก ๆ ที่เริ่มขุดบิตคอยน์มาตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งเป็นช่วงที่บิตคอยน์ยังมีอายุเพียง 3 ปีและยังไม่เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง

นายวรวัฒน์ได้ก่อตั้งองค์กร Traderist ขึ้นมานานกว่า 10 ปี โดยระบุวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการลงทุนและบล็อกเชนให้แก่บุคคลทั่วไปโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ภาพลักษณ์ของเขาถูกตอกย้ำด้วยการได้รับรางวัลระดับนานาชาติมากมาย เช่น รางวัลเทรดเดอร์สร้างแรงบันดาลใจยอดเยี่ยม ปี 2016-2017 และรางวัลจากนิตยสาร Global Banking & Finance Review จากอังกฤษ

หนึ่งในจุดสูงสุดที่ถูกนำมาใช้สร้างความน่าเชื่อถือคือ นายวรวัฒน์ได้รับมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการเงิน (Doctor of Philosophy in Finance) จากมหาวิทยาลัยนานาชาติยุโรป (EIU-Paris) เมื่อปี 2566 โดยมีการระบุว่าเขาเป็นคนไทยเพียงหนึ่งเดียวจาก 3 บุคคลสำคัญทั่วโลกที่ได้รับปริญญานี้ในปีดังกล่าว เพื่อเชิดชูความเชี่ยวชาญด้านฟินเทคและการขับเคลื่อนโลกการเงิน และยังสร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวรูปคู่กับบุคคลสำคัญระดับประเทศ เช่น อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนในแวดวงธุรกิจและการเมืองเป็นอย่างมาก

เจาะลึกอาณาจักรธุรกิจเบื้องหลังความมั่งคั่ง

แม้จะมีภาพลักษณ์ความมั่งคั่งระดับหมื่นล้าน แต่เมื่อตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นทางการจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผ่านระบบวิเคราะห์ข้อมูลบริษัท (Creden Data) กลับพบข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้

  • บริษัท บิทแนนซ์ จำกัด (Bitnance): นายวรวัฒน์ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 99.97 บริษัทนี้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการให้เงินทุนและซอฟต์แวร์ฟินเทค อย่างไรก็ตาม มูลค่าหุ้นตามสัดส่วนที่ถือครองถูกระบุว่าเป็นค่าติดลบถึง -30,804,664 บาท
  • บริษัท เกรท บีกินส์ จำกัด: จดทะเบียนในปี 2564 ดำเนินธุรกิจตัวแทนขายสื่อโฆษณา นายวรวัฒน์ถือหุ้นร้อยละ 90 ผลประกอบการพบว่าในปี 2564 ขาดทุนกว่า 1,000,000 บาท และในปี 2565 รายได้ 7,100,000 บาท แต่ขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็น 8,900,000 บาท โดยมีหนี้สินรวมกว่า 5,800,000 บาท

ในทางกลับกัน นายวรวัฒน์มักนำเสนอภาพการลงทุนขนาดใหญ่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะใน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผ่านความร่วมมือกับ TransEuro Group ซึ่งเขาระบุว่าเป็นการลงทุนมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์ระดับ Luxury และบริการด้านฟินเทคในดูไบ โดยมีภาพการเข้าพบรัฐมนตรีคลังของ UAE และผู้อำนวยการหอการค้าเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งดูไบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มแฟนคลับ

กรณีนี้ยังคงอยู่ระหว่างการสืบสวนและดำเนินคดี โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหยื่อรายใหม่ในอนาคต