ครบรอบ 1 ปี โศกนาฏกรรมอาคาร สตง. ถล่ม: ภารกิจกู้ภัยและพัฒนาศักยภาพสุนัข K9
ครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ บนถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร พังถล่มระหว่างก่อสร้าง หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.2 ในเมียนมา นับเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 95 คน สูญหาย 1 คน และรอดชีวิตเพียง 9 คน
หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัยทั้งไทยและต่างประเทศ พร้อมด้วยเครื่องจักรกลหนัก ระดมกำลังเข้าช่วยกู้ซากอาคารและปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้ประสบภัย นานถึง 45 วัน
บทบาทสำคัญขององค์การสุนัขกู้ภัยแห่งชาติและสุนัข K9
หนึ่งในทีมที่เข้าร่วมภารกิจครั้งนั้น คือ องค์การสุนัขกู้ภัยแห่งชาติ (USAR THAILAND) นำสุนัข K9 ทั้ง 11 ตัว เช่น K9 นารี ซาฮาร่า สีนวล และเคล ร่วมค้นหาผู้ประสบภัย เป็นเวลา 10 วัน โดยแบ่งเป็น 3 ชุด
- ชุดแรก: สแตนด์บายในที่เย็น คอยฟังคำสั่งเข้าค้นหา ตั้งแต่เวลา 24.00-08.00 น.
- ชุดที่ 2: ออกปฏิบัติงานครั้งละ 20 นาที
- ชุดที่ 3: จะพบสัตวแพทย์หลังออกปฏิบัติงาน
วันนี้ (29 มีนาคม 2569) ดร.อลงกต ชูแก้ว รองผู้อำนวยการองค์การสุนัขกู้ภัยแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงเหตุการณ์ครบรอบ 1 ปี ตึก สตง. ถล่ม
"หนึ่งปีที่แล้ว คือวันที่นวลได้ก้าวเข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความสูญเสีย ความหวัง และเวลาที่กำลังนับถอยหลัง หลังจากที่เราทำงานเข้าออกในพื้นที่พังถล่มตลอดทั้งคืน พอมีจังหวะพัก เราออกมาหาที่งีบอยู่บนฟุตบาท…จนสว่างข้างตลาดปลาจตุจักร หน้าอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมา"
"หนึ่งปีผ่านไป เช้าวันนี้ นวลไม่ได้อยู่ที่จตุจักร แต่กำลังอยู่ในสนามฝึกระดับสากล ในภารกิจเตรียมความพร้อมของทีมประเทศไทย THA-01 ภายใต้กรอบ INSARAG เพราะเช้าวันนั้นสอนเราว่า การช่วยชีวิต…ต้องมาจากความพร้อม นั่นคือเหตุผลที่นวลยังคงฝึก และยังคงเดินต่อไป และจะกลับไปทำหน้าที่ ไม่ว่าภัยพิบัติจะเกิดขึ้น ณ ที่ใดในโลก ด้วยความพร้อมที่ยกระดับขึ้น"
การพัฒนาทักษะระดับนานาชาติและภารกิจอื่น ๆ
รองผู้อำนวยการองค์การสุนัขกู้ภัยแห่งชาติ นำทีม K9 นารี และสีนวล ยกระดับขีดความสามารถระดับนานาชาติ ด้วยการเข้าร่วมฝึก MRT Mission Readiness Test ที่ประเทศสโลวีเนีย เพื่อพัฒนาทักษะการค้นหาและกู้ภัยท่ามกลางอากาศหนาวเย็น สลับกับหิมะปกคลุม เตรียมพร้อมหากทีมประเทศไทยถูกเรียกสนับสนุนจาก UN ในภารกิจช่วยชีวิตผู้ประสบภัยทั่วโลก
ก่อนหน้านี้ ช่วงเดือนสิงหาคม 2569 สุนัขกู้ภัย 6 ตัว พร้อมผู้ควบคุมและเจ้าหน้าที่จำนวน 11 นาย ได้ร่วมภารกิจค้นหาผู้สูญหายจากเหตุการณ์ดินถล่ม–น้ำป่าไหลหลาก ที่บ้านปางอุ๋ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ โดยแบ่งโซนค้นหา ทั้งในเขตลำธาร ลุยโคลน และซากอาคารที่พังถล่ม รวมทั้งพื้นที่ป่าท้ายน้ำ ซึ่งสุนัขหลายตัวได้บ่งชี้จุดสำคัญที่นำไปสู่การพบผู้ประสบภัย
ต่อมาช่วงเดือนมกราคม 2569 สุนัขกู้ภัยได้ร่วมภารกิจค้นหาผู้ประสบภัยเหตุเครนถล่มทับรถไฟ ที่สีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา การปฏิบัติภารกิจท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาจากการฝึกอย่างเข้มข้นทั้งสุนัขกู้ภัยและผู้บังคับสุนัข เรียกว่าเป็นคู่หู "มองตารู้ใจ" และที่สำคัญคือ "ความเชื่อใจ"
การฝึกซ้อมและบูรณาการระบบกู้ภัย
K9 USAR Thailand ร่วมฝึก Cobra Gold จำลองการช่วยเหลือในเหตุภัยพิบัติสึนามิจำลอง ผสานกำลังทหาร–กู้ภัย ช่วยชีวิตในพื้นที่เข้าถึงยาก ทั้งอาคารและสิ่งปลูกสร้างพังถล่ม บ้านเรือนเสียหายจำนวนมาก เส้นทางคมนาคมภาคพื้นดินถูกตัดขาด ใช้ยานเกราะสะเทินน้ำสะเทินบก (AAV) เคลื่อนย้ายกำลังจากเรือสู่ฝั่ง ก่อนจัดกำลังเป็นชุดค้นหาพร้อมสุนัขค้นหา เข้าตรวจพื้นที่อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมซากอาคารถล่มและจุดเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อค้นหาผู้สูญหาย
นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกของโลก ที่คน-ช้างกู้ภัย-สุนัข K9 ร่วมซ้อมกู้ภัย ที่บ้านช้างตระกูลแสน อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2568 นับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบค้นหาและกู้ภัยของประเทศไทย ทั้งในเชิงศักยภาพการปฏิบัติการ มาตรฐานความปลอดภัย และการบูรณาการองค์ความรู้สหวิชาชีพตามกรอบของสหประชาชาติ
โดยนำแนวคิดและเครื่องมือด้านการจัดการภัยพิบัติของ UN มาประยุกต์ใช้กับบริบทพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อภัยพิบัติหลายรูปแบบ เช่น ดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก อุบัติเหตุในพื้นที่ทุรกันดาร
"นับเป็นครั้งแรกของโลกที่มีการออกแบบบทบาทของสัตว์ทั้งสองชนิดให้ทำงานร่วมกันภายใต้โครงสร้างการบัญชาการเดียวกัน สุนัข K9 แสดงศักยภาพด้านความแม่นยำและความรวดเร็วในการค้นหาผู้สูญหายในพื้นที่ซับซ้อน ขณะที่ช้างกู้ภัยมีพละกำลัง ความทนทาน และความสามารถในการลุยภูมิประเทศที่ยานพาหนะหรือเครื่องจักรไม่สามารถเข้าถึงได้ รวมทั้งลำเลียงอุปกรณ์หนักและการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย"
"เสียงเห่า" ของ K9 ชี้จุด "ผู้ประสบภัย" เป็นความแม่นยำจากศักยภาพของเจ้าสี่ขา ส่งสัญญาณความหวังให้ทีมกู้ภัยและญาติพี่น้องผู้ประสบภัย เพื่อช่วยเหลือชีวิตที่ติดใต้ซากปรักหักพัง



