โอ๋ ภัคจีรา เปิดใจน้ำตาไหล! ยอมออกจากบ้านเพื่อลูก เริ่มต้นชีวิตใหม่ใกล้ 50
โอ๋ ภัคจีรา ยอมออกจากบ้านเพื่อลูก เริ่มชีวิตใหม่ใกล้ 50 (07.03.2026)

โอ๋ ภัคจีรา เปิดใจน้ำตาไหลถึงการตัดสินใจแยกทาง ยอมออกจากบ้านเพื่อลูก

โอ๋ ภัคจีรา ดาราและพิธีกรชื่อดัง ได้เปิดเผยความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาในบทสัมภาษณ์พิเศษ โดยเธอพูดถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากในการตัดสินใจแยกทางกับอดีตสามี พร้อมกับยอมเสียสละออกจากบ้านเพื่อไม่ให้ลูกต้องรู้สึกเจ็บปวดหรือเสียใจจากการเปลี่ยนแปลงในครอบครัว

การตัดสินใจที่หนักใจ ยอมออกจากบ้านเพื่อลูก

โอ๋เล่าด้วยน้ำตาว่า การแยกทางเป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจด้วยเหตุผลมากกว่าอารมณ์ โดยเธอเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำหน้าที่พ่อแม่ร่วมกันแม้สถานะจะเปลี่ยนไป เธอยอมออกจากบ้านเดิมเพราะต้องการให้ลูกของเธอคือ "แสนดี" ยังคงอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยและมั่นคงที่สุด

"เรารู้สึกว่ายอมเจ็บที่ออกไปให้ลูก เพราะว่าพี่เฟี้ยตมีหน้าที่การงานมั่นคงกว่าเรา เราคิดเองว่าคงเป็นเรา เพราะเรามาแต่ตัว เราก็ออกไปดีกว่า" โอ๋กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การดูแลลูกและการเริ่มต้นชีวิตใหม่

หลังจากแยกทางมา 3 ปี โอ๋ได้ปรับตัวเข้าสู่ชีวิตใหม่ในบทบาทคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เธอให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับลูกอย่างตรงไปตรงมา โดยอธิบายเรื่องการแยกทางให้แสนดีฟังเมื่อเขาอายุประมาณ 10 ขวบ เพื่อไม่ให้เกิดความกดดันหรือความสับสน

นอกจากนี้ โอ๋ยังได้พบกับ "เบียร์" แฟนใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มพลังงานดี ๆ ในชีวิต เธอเปิดใจว่าเบียร์เป็นเหมือนดอกไม้ใหม่ที่ช่วยจรรโลงใจและให้กำลังใจ โดยทั้งคู่ตกลงกันว่าจะไม่มีลูกเพิ่ม เพราะโอ๋ต้องการมุ่งเน้นที่การดูแลแสนดีอย่างเต็มที่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การกลับมาดูแลสุขภาพและรูปร่างในวัยใกล้ 50

ในด้านสุขภาพ โอ๋ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่ด้วยการกลับมาดูแลรูปร่างและสุขภาพอย่างจริงจัง ในวัยใกล้ 50 ปี เธอลดน้ำหนักจาก 78 กิโลกรัมเหลือ 58 กิโลกรัม ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจและทำให้เธอรู้สึกรักตัวเองมากขึ้น

"ตอนนี้เราอายุ 49 จะ 50 แล้ว มันยากในการจะลด เราก็เลยมีตัวช่วย ซึ่งก่อนหน้านี้เราหนัก 78 ตอนนี้น้ำหนักลดลงเหลือ 58 ค่ะ" โอ๋เผยพร้อมกับรอยยิ้ม

บทเรียนชีวิตและความภาคภูมิใจ

โอ๋สะท้อนถึงเส้นทางชีวิตที่ผ่านมา ตั้งแต่การทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวในวัยเพียง 15 ปี จนถึงการก้าวเข้ามาในวงการบันเทิง เธอรู้สึกภาคภูมิใจที่สามารถผ่านอุปสรรคต่าง ๆ มาได้ และมุ่งมั่นที่จะให้ลูกของเธอได้รับความรักและการเติมเต็มอย่างที่ไม่เคยขาดหาย

"แสนดีมีแต่ความรัก คือพ่อเขารักแสนดีมาก ๆ ทุกวันนี้ก็จะคุยกันเรื่องลูก เรายังคิดว่าขอให้เขารักแบบนั้น เพราะเราไม่มีวันเปลี่ยนแปลง" โอ๋กล่าวทิ้งท้ายด้วยความอบอุ่น