กทม. เตรียมปรับปรุงระบบไฟจราจร 40 จุดเสี่ยงทั่วกรุงเทพฯ หลังพบปัญหาการจราจรติดขัด
กทม. ปรับปรุงไฟจราจร 40 จุดเสี่ยงในกรุงเทพฯ (05.03.2026)

กทม. เร่งปรับปรุงระบบไฟจราจร 40 จุดเสี่ยงทั่วกรุงเทพฯ แก้ปัญหาการจราจรติดขัด

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ประกาศแผนการปรับปรุงระบบไฟจราจรอย่างเร่งด่วนใน 40 จุดเสี่ยงทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ หลังจากพบปัญหาการจราจรติดขัดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนและเศรษฐกิจในภาพรวม

รายละเอียดโครงการปรับปรุงระบบไฟจราจร

โครงการนี้จะครอบคลุมการติดตั้งระบบไฟจราจรอัจฉริยะที่สามารถปรับเปลี่ยนสัญญาณไฟได้ตามสภาพการจราจรจริง โดยใช้เทคโนโลยีเซ็นเซอร์และกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจจับปริมาณรถยนต์และความหนาแน่นของการจราจร นอกจากนี้ ยังจะมีการปรับปรุงสัญญาณไฟให้สอดคล้องกับรูปแบบการจราจรในแต่ละพื้นที่ เช่น การเพิ่มเวลาสัญญาณไฟเขียวในเส้นทางหลักหรือปรับลดในเส้นทางรอง

จุดเสี่ยงที่ถูกกำหนดให้ปรับปรุงรวมถึงสี่แยกสำคัญในเขตธุรกิจและย่านชุมชน เช่น สี่แยกราชประสงค์ สี่แยกปทุมวัน สี่แยกอโศก และสี่แยกรัชดาภิเษก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่นสูงสุด การดำเนินงานคาดว่าจะเริ่มต้นภายในไตรมาสแรกของปีหน้า และใช้เวลาประมาณ 6-12 เดือนในการปรับปรุงให้เสร็จสมบูรณ์

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบและประโยชน์ที่คาดหวัง

การปรับปรุงระบบไฟจราจรครั้งนี้คาดว่าจะช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในจุดเสี่ยงที่มักเกิดอุบัติเหตุหรือการจราจรอุดตันบ่อยครั้ง นอกจากนี้ ยังจะส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมจากการลดการปล่อยมลพิษจากรถยนต์ที่ติดอยู่กับการจราจร และเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางของประชาชน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า "โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนและโครงสร้างพื้นฐานในกรุงเทพฯ เราเชื่อว่าการปรับปรุงระบบไฟจราจรจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว"

ขั้นตอนการดำเนินงานและความท้าทาย

การปรับปรุงระบบไฟจราจรจะแบ่งออกเป็นหลายเฟส โดยเริ่มจากจุดเสี่ยงที่มีความเร่งด่วนสูงสุดก่อน ขั้นตอนการทำงานรวมถึงการสำรวจพื้นที่ การออกแบบระบบ การติดตั้งอุปกรณ์ และการทดสอบระบบก่อนนำมาใช้จริง ความท้าทายหลักคือการจัดการกับการจราจรในระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งกทม. จะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด

นอกจากนี้ ยังมีแผนการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรให้สามารถใช้งานระบบอัจฉริยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจัดทำแคมเปญรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนี้ เพื่อให้การปรับปรุงเป็นไปอย่างราบรื่นและได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน