ชายลึกลับควงปืนบุกเดี่ยวชิงทองกว่า 3 ล้านในห้างดังนครปฐม หลบหนีลอยนวล
เกิดเหตุอาชญากรรมสะเทือนขวัญในจังหวัดนครปฐม เมื่อชายลึกลับคนหนึ่งควงอาวุธปืนบุกเดี่ยวเข้าไปชิงทรัพย์ร้านทองชื่อดังภายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ สร้างความตื่นตระหนกให้กับพนักงานและผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเป็นอย่างมาก โดยคนร้ายสามารถหลบหนีไปได้อย่างลอยนวลก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึงที่เกิดเหตุ
รายละเอียดเหตุการณ์ชิงทองในห้างนครปฐม
เมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 11 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสายด่วน 191 ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างดังในพื้นที่จังหวัดนครปฐม หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที โดยมี พลตำรวจตรี พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการจังหวัดนครปฐม และ พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม นำทีมชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นร้านทองชื่อดังซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 1 ของห้างสรรพสินค้า ใกล้กับบันไดเลื่อนและมีหน้าร้านกว้างประมาณ 8 เมตร เจ้าหน้าที่พบพนักงานหญิงภายในร้านจำนวน 3 คน ซึ่งอยู่ในอาการตกใจกลัวอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ จากการตรวจสอบในพื้นที่ยังพบปลอกกระสุนปืนที่ไม่ทราบขนาดตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานสำคัญสำหรับการสอบสวนต่อไป
ลักษณะและวิธีการของคนร้าย
จากการสอบถามพนักงานร้านทองเบื้องต้น ทราบว่าคนร้ายเป็นชายเพียงคนเดียว แต่งกายสวมเสื้อแขนยาวลายสก็อตสีขาวดำ กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าคัทชูสีดำ พร้อมกระเป๋าคาดเอวและสวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ โดยใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดก่อเหตุชิงทรัพย์
พนักงานให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเองกำลังดำเนินการเก็บร้านอยู่ มีชายคนดังกล่าวเดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าร้านทอง พร้อมกับข่มขู่ให้ส่งทองมา โดยชายคนร้ายถือถุงพลาสติกไว้ที่มือซ้ายก่อนจะรวบรวมสร้อยคอทองคำใส่ถุงอย่างรวดเร็ว หลังจากได้ทองคำและทรัพย์สินไปแล้ว คนร้ายได้ยิงปืนขึ้นในห้างจำนวน 3 นัด เพื่อเปิดทางหนี แล้ววิ่งออกไปทันที พนักงานจึงกดสัญญาณแจ้งภัยและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ
ทรัพย์สินที่สูญหายและเส้นทางหลบหนี
คนร้ายสามารถชิงทรัพย์สินไปได้เป็นสร้อยคอทองคำจำนวน 1 ถาด ซึ่งคาดว่ามีประมาณ 20 เส้น และยังไม่ทราบน้ำหนักที่แท้จริง แต่คาดว่ามูลค่าทั้งหมดน่าจะเกิน 3 ล้านบาท หลังก่อเหตุเสร็จสิ้น คนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีเทาดำที่ไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลบหนีออกไป มุ่งหน้าสู่ถนนเพชรเกษมและหายตัวไปอย่างลอยนวล
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบเส้นทางในการหลบหนีของคนร้ายที่ชัดเจน แต่ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตั้งด่านช่วยกันสกัดจับอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณห้างสรรพสินค้าและเส้นทางที่คนร้ายอาจใช้หลบหนี เพื่อติดตามตัวและนำมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความหวาดผวาให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก และตำรวจกำลังเร่งสืบสวนหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อคลี่คลายคดีให้เร็วที่สุด



