รฟท. เร่งโครงการมิสซิ่งลิงก์ แก้ 27 จุดตัดรถไฟทั่วกรุง ลดรถติด
รฟท. เร่งโครงการมิสซิ่งลิงก์ แก้ 27 จุดตัดรถไฟทั่วกรุง

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า เพื่อแก้ไขปัญหาจุดตัดทางราบระหว่างรถยนต์และรถไฟที่วิ่งตัดกันในเขตกรุงเทพมหานครกว่า 27 จุด ในระยะยาว รฟท. จึงเตรียมเร่งผลักดันโครงการ “มิสซิ่งลิงก์” ช่วงตั้งแต่หัวหมาก-พญาไท-หัวลำโพง และจากหัวลำโพง-สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อแก้ปัญหาจุดตัดอย่างเป็นระบบ

การปรับปรุงและแผนดำเนินงาน

ล่าสุด รฟท. จะปรับปรุงผลการศึกษาเดิมที่เคยมีการศึกษาไว้ให้ทันสมัย พร้อมของบประมาณในช่วงปี 2570-2571 เพื่อทบทวนรายละเอียดโครงการ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอีกครั้งในปี 2571 และคาดว่าจะเปิดประมูลก่อสร้างได้ในปี 2572 แล้วเสร็จประมาณปี 2577

โครงการดังกล่าวจะช่วยลดปัญหาการจราจรบริเวณจุดตัดทางรถไฟ ผ่านการก่อสร้างทางยกระดับและทางลอด รวมถึงปรับรูปแบบการเดินรถในเขตเมืองชั้นใน โดยเฉพาะเส้นทางฝั่งตลิ่งชัน-ศิริราช ที่ปัจจุบันยังมีจุดตัดระดับถึง 8 จุด ซึ่งมีแนวทางสร้างสะพานข้ามและทางเดินยกระดับสำหรับประชาชน เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การสำรวจจุดตัดและมาตรการแก้ไข

นอกจากนั้น กระทรวงคมนาคมยังเร่งสำรวจจุดตัดเสี่ยงร่วมกับกรุงเทพมหานครรวม 27 แห่ง เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขเฉพาะจุด โดยบางพื้นที่อาจเพิ่มพนักงานกั้นถนนชั่วคราวในช่วงเร่งด่วน ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างหารือแนวทางปรับแผนเดินรถสินค้าและรถโดยสารในเขตเมืองชั้นใน เพื่อลดผลกระทบด้านจราจรและความปลอดภัย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แนวทางปรับลดการเดินรถเข้าสถานีหัวลำโพง

สำหรับแนวทางปรับลดหรือยุติการเดินรถเข้าสถานีหัวลำโพงของรถไฟสายใต้และสายตะวันออก ให้หยุดที่สถานีตลิ่งชัน เพื่อแก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟในเขตเมือง กำลังสร้างความกังวลให้กับประชาชนผู้ใช้บริการจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้โดยสารในเส้นทางนครปฐม สุพรรณบุรี และสายใต้ ที่ปัจจุบันยังมีผู้ใช้บริการจำนวนมากและยังต้องพึ่งพาการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองผ่านสถานีหัวลำโพง

ขณะที่รถไฟชานเมืองเส้นทางสุพรรณบุรียังไม่สามารถใช้โครงสร้างของรถไฟชานเมืองสายสีแดงได้ โดยเฉพาะกรณีให้รถไฟสายใต้ไปสิ้นสุดที่สถานีตลิ่งชันแทนหัวลำโพง ซึ่งปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐานหลายส่วนยังไม่สมบูรณ์ ดังนั้นกระทรวงคมนาคมจึงอยู่ระหว่างหารือร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) รวมถึงองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพื่อจัดทำแผนรองรับการเดินทางใหม่ โดยตั้งกรอบเวลาไว้ประมาณ 3 เดือนในการสรุปแนวทางที่เหมาะสมที่สุด