สนามบินดอนเมืองเปิดช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ 24 ชั่วโมงเต็ม เริ่ม 5 มีนาคมนี้
วันนี้ (3 มีนาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการพัฒนาระบบบริการตรวจคนเข้าเมืองที่ท่าอากาศยานดอนเมือง โดยระบุว่า ด่านตรวจคนเข้าเมืองดอนเมืองได้เปิดให้บริการช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automated Border Control : ABC) สำหรับผู้โดยสารขาออกอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากที่ได้มีการทดลองใช้งานมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
เป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกและลดความแออัด
การเปิดใช้ช่อง ABC นี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักเดินทาง ลดระยะเวลารอคิวในการตรวจสอบเอกสาร และยกระดับมาตรฐานการให้บริการสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยในปัจจุบันได้เปิดให้บริการในช่วงเวลา 07.00 – 19.00 น. และจะขยายเป็นบริการตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อรองรับผู้โดยสารในทุกช่วงเวลา
นอกจากนี้ ทางสนามบินยังอยู่ระหว่างการติดตั้งเครื่องตรวจเพิ่มเติมให้ครบตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งคือ31 เครื่องทั่วทั้งสนามบิน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2569 นี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการผู้โดยสารได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนที่มีความแออัดสูง
เงื่อนไขสำคัญสำหรับการใช้ช่อง ABC
เพื่อให้การใช้งานช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย ผู้โดยสารควรตรวจสอบเงื่อนไขเบื้องต้นก่อนใช้บริการ ดังนี้
- ต้องมีความสูงตั้งแต่ 120 เซนติเมตรขึ้นไป
- หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน
- ผู้ที่เพิ่งทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ต้องรออย่างน้อย 14 วัน ก่อนใช้งานระบบ
- สัมภาระติดตัวหรือกระเป๋า (รวมถึงคันชัก) ต้องมีความสูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร
กลุ่มที่ควรใช้ช่องตรวจปกติแทน
อย่างไรก็ตาม มีบางกลุ่มที่แนะนำให้ใช้ช่องตรวจปกติเพื่อความเหมาะสมและความปลอดภัยมากขึ้น ได้แก่
- สตรีมีครรภ์ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงและเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง
- ผู้ที่ต้องการตราประทับในเล่มพาสปอร์ต เนื่องจากระบบ ABC จะไม่มีการประทับตรา แต่ข้อมูลการเดินทางจะถูกบันทึกในระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกต้องตามกฎหมายแทน
การเปิดใช้ช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัตินี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางระหว่างประเทศ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดความแออัด แต่ยังส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและโลจิสติกส์ที่ทันสมัยมากขึ้น



