เวียดนามเตรียมเปิดตัวรถไฟความเร็วสูงเหนือ-ใต้ ระยะทาง 1,545 กม. มูลค่ากว่า 2.4 ล้านล้านบาท
เวียดนามเตรียมเปิดรถไฟความเร็วสูงเหนือ-ใต้ 1,545 กม. (28.03.2026)

เวียดนามเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเหนือ-ใต้ มูลค่ากว่า 2.4 ล้านล้านบาท

รัฐบาลเวียดนามประกาศแผนการเปิดตัวโครงการรถไฟความเร็วสูงเหนือ-ใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการขนส่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยมีระยะทางรวม 1,545 กิโลเมตร และมีมูลค่าการลงทุนสูงถึงกว่า 2.4 ล้านล้านบาท โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมต่อเมืองหลวงฮานอยในภาคเหนือกับนครโฮจิมินห์ซิตี้ในภาคใต้ ซึ่งจะช่วยยกระดับระบบคมนาคมและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

รายละเอียดโครงการและแผนการดำเนินงาน

โครงการรถไฟความเร็วสูงนี้คาดว่าจะเริ่มต้นการก่อสร้างในปี พ.ศ. 2573 และคาดการณ์ว่าจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2589 รัฐบาลเวียดนามได้วางแผนอย่างรอบคอบเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานจะสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและความต้องการของประชาชน โดยรถไฟจะวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งจะช่วยลดเวลาเดินทางระหว่างสองเมืองหลักจากกว่า 30 ชั่วโมงเหลือเพียงประมาณ 5-6 ชั่วโมงเท่านั้น

นอกจากนี้ โครงการยังครอบคลุมการสร้างสถานีรถไฟใหม่หลายแห่งตลอดเส้นทาง พร้อมทั้งการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารในอนาคต รัฐบาลคาดหวังว่าโครงการนี้จะไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง แต่ยังกระตุ้นการลงทุนและการพัฒนาพื้นที่รอบข้างอีกด้วย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม

การลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเหนือ-ใต้ของเวียดนามถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจหลายด้าน เช่น การท่องเที่ยว การค้า และอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเชื่อมต่อที่รวดเร็วระหว่างภูมิภาคจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้าและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ในด้านสังคม โครงการนี้มีศักยภาพในการสร้างงานหลายหมื่นตำแหน่งตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง และเมื่อเปิดบริการแล้ว จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการเดินทางระหว่างภูมิภาค ซึ่งอาจนำไปสู่การกระจายความเจริญและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจระหว่างพื้นที่เมืองและชนบท

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเวียดนามยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น การระดมทุน การจัดการสิ่งแวดล้อม และการประสานงานกับชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้โครงการนี้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน