รัฐบาลเปิดระบบเบิกค่ารักษา Real-Time ให้ครูเอกชน ไม่ต้องสำรองจ่าย เริ่ม 1 พ.ค.นี้
ครูเอกชนเบิกค่ารักษา Real-Time ไม่ต้องสำรองจ่าย เริ่ม 1 พ.ค.

รัฐบาลเดินหน้าสวัสดิการสุขภาพครูเอกชน เปิดระบบเบิกค่ารักษาแบบ Real-Time ไม่ต้องสำรองจ่าย

รัฐบาลประกาศมาตรการสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตครูเอกชน โดยเปิดระบบเบิกค่ารักษาพยาบาลแบบ Real-Time ผ่านสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป มาตรการนี้ช่วยให้ครูเอกชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้รวดเร็วขึ้นโดยไม่ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้า

รายละเอียดสิทธิประโยชน์และวงเงินค่ารักษา

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน (สช.) ได้นำระบบ Clearing House ของ สปสช. มาใช้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้สมาชิกกองทุนฯ สามารถเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการได้ทันที โดยระบบจะเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างโรงพยาบาล กองทุนฯ และ สปสช. ช่วยลดขั้นตอนการยื่นเบิกและเพิ่มความรวดเร็วในการบริการ

สิทธิประโยชน์นี้ครอบคลุมผู้อำนวยการโรงเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 ที่เป็นสมาชิกกองทุนฯ โดยมีวงเงินค่ารักษาพยาบาลรวมสำหรับผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในไม่เกิน 150,000 บาทต่อคนต่อปี

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการและคำแนะนำ

ปัจจุบัน มีสถานพยาบาลเข้าร่วมโครงการแล้ว 109 แห่ง ครอบคลุม 47 จังหวัดทั่วประเทศ และมีการขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง สมาชิกสามารถตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลที่เข้าร่วมแบบ Real-Time ได้ที่เว็บไซต์กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน www.aidfunds.org หรือผ่านระบบค้นหา https://www.aidfunds.org/HCH

นางสาวลลิดา เน้นย้ำว่า สมาชิกควรตรวจสอบวงเงินคงเหลือและเครือข่ายสถานพยาบาลก่อนเข้ารับบริการ เพื่อความสะดวกและประสิทธิภาพสูงสุด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบเชิงบวกต่อครูเอกชน

มาตรการนี้คาดว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายล่วงหน้า เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของบุคลากรทางการศึกษาในภาคเอกชน "มาตรการนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มความสะดวก และทำให้ครูเอกชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิตบุคลากรทางการศึกษา" นางสาวลลิดากล่าว

การดำเนินการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาสวัสดิการด้านสุขภาพให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มครูเอกชนที่ถือเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาการศึกษาของประเทศ