รมว.ศึกษาธิการเห็นชอบร่างเกณฑ์รับรองหลักสูตร-เทียบระดับ NQF ยกระดับมาตรฐานอาชีพ
รมว.ศึกษาธิการเห็นชอบร่างเกณฑ์รับรองหลักสูตร NQF

รมว.ศึกษาธิการเห็นชอบร่างเกณฑ์รับรองหลักสูตร-เทียบระดับ NQF ยกระดับมาตรฐานอาชีพ

ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ให้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร ชั้น 3 อาคาร 56 ปี สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

ความก้าวหน้าสำคัญในการประชุม

ในการประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความสอดคล้องของหลักสูตรและการเทียบระดับตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดกรอบ แนวทาง และกระบวนการในการพิจารณารับรองและขึ้นทะเบียนหลักสูตรให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับชาติ

นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปใช้ในการเทียบโอนผลลัพธ์การเรียนรู้และการสะสมหน่วยกิตในระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ โดยมีมิติการพิจารณา 3 ด้าน ได้แก่

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • การออกแบบหลักสูตรและการกำหนดระดับ
  • การวัดและประเมินผล
  • การประกันคุณภาพ

ประเด็นที่เกี่ยวข้องที่ได้พิจารณารวมถึงข้อมูลทั่วไปของหน่วยงาน ชื่อหลักสูตรหรือรายวิชา วัตถุประสงค์ ผลลัพธ์การเรียนรู้ โครงสร้างหลักสูตร ความสอดคล้องกับผลลัพธ์การเรียนรู้ตามระดับ NQF และความสอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพหรือมาตรฐานอื่นๆ

การเทียบระดับสมรรถนะภาษาต่างประเทศ

ที่ประชุมยังได้ให้ความเห็นชอบในหลักการเกี่ยวกับแนวทางการเทียบระดับสมรรถนะภาษาต่างประเทศ 4 ภาษา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี และภาษาจีน ตามระดับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แนวทางนี้จะใช้เป็นเครื่องมือในการเทียบเคียงระดับความสามารถทางภาษากับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ โดยสภาการศึกษาจะรับข้อสังเกตและข้อเสนอของคณะกรรมการไปปรับปรุงก่อนแจ้งเวียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบและประกาศใช้ต่อไป

การคงอยู่ของคณะกรรมการและบทบาทหน้าที่

ที่ประชุมได้รับทราบถึงการคงอยู่ของคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ซึ่งเห็นชอบให้คณะกรรมการต่าง ๆ ที่แต่งตั้งโดยมติ ครม.ชุดเดิมของกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 15 คณะ คงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

คณะกรรมการนี้มีองค์ประกอบโดยรองนายกรัฐมนตรี (ที่กำกับดูแลงานคุณวุฒิการศึกษาและมาตรฐานอาชีพ) เป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นรองประธานกรรมการ และมีกรรมการอีก 33 คน

บทบาทหลักของคณะกรรมการรวมถึงการกำหนดนโยบายและกลยุทธ์การขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ส่งเสริมพัฒนามาตรฐานอาชีพ สนับสนุนการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ พัฒนาระบบการสะสมและเทียบโอนผลการเรียนรู้ และผลักดันการเชื่อมโยงกับกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียนและสากล

ความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนงาน

ในการขับเคลื่อนงานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติและธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานเพื่อเชื่อมโยงระบบการเรียนรู้ของภาคการศึกษากับมาตรฐานการปฏิบัติงานที่ตลาดแรงงานยอมรับ

นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้แก่คนทั้งในระบบและนอกระบบการศึกษาได้เทียบโอนประสบการณ์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และรองรับการดำเนินงานตามแนวทางของการเทียบเคียงกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRF)

การดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติมีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2554 เช่น การกำหนดนโยบายและกลยุทธ์การขับเคลื่อน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงประโยชน์ แต่ยังพบว่าขาดกฎระเบียบและข้อกฎหมายที่มีผลบังคับใช้

ส่วนการพัฒนามาตรฐานอาชีพพบว่าหน่วยงานรับผิดชอบมีการทบทวนและพัฒนามาตรฐานให้มีความเป็นสากลและเป็นปัจจุบัน แต่จำเป็นต้องพัฒนาต่อไปให้ครอบคลุมสาขาอาชีพที่มีจัดการศึกษาในประเทศ

บทบาทของประเทศไทยในระดับภูมิภาค

ที่ประชุมได้รับทราบผลการขับเคลื่อนงานภายใต้คณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน รวมถึงการพัฒนาแนวทางการยกระดับ AQRF ในฐานะกรอบคุณวุฒิระดับภูมิภาค

ประเด็นสำคัญได้แก่ การรับรองคุณวุฒิดิจิทัล การส่งเสริมหลักการประกันคุณภาพ และการเทียบเคียงกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียนกับภูมิภาคและประเทศที่สาม

ประเทศไทยได้นำเสนอแนวปฏิบัติในการขับเคลื่อนเกณฑ์ที่ 11 ในการระบุระดับ AQRF ในเอกสารรับรองคุณวุฒิระดับชาติ และจะเป็นเจ้าภาพการประชุมเพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติดังกล่าวในช่วงเดือนสิงหาคม 2569

พร้อมกันนี้ ประเทศไทยยังจะเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมการ AQRF ครั้งที่ 17 ในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 ที่กรุงเทพมหานคร โดยสภาการศึกษาจะประสานขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นเจ้าภาพร่วมจัดประชุม