เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นางอำภา พรหมวาทย์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง "การพัฒนาเครือข่ายข้อมูลการศึกษาเฉพาะทาง : เปิดประตูสร้างฝัน สู่เส้นทางวิชาชีพการศึกษาเฉพาะทาง" โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่จัดการศึกษาเฉพาะทาง กลุ่มการศึกษาวิชาชีพเฉพาะทาง กลุ่มวิชาชีพทหาร ตำรวจ และกลุ่มวิชาชีพแพทย์ พยาบาล พร้อมด้วยครูและบุคลากรทางการศึกษา ร่วมประชุม ณ โรงแรมริเวอร์ไซด์ แบงค็อก กรุงเทพมหานคร รวมถึงมีการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก "สภาการศึกษา"
การศึกษาเฉพาะทางเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
พลโท ทองคำ ชุมพล ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ได้บรรยายเรื่อง "การศึกษาเฉพาะทางต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย" เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหน่วยงานที่จัดการศึกษาเฉพาะทาง กลไกการรับรองมาตรฐานหลักสูตรการศึกษาผ่านความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสภาวิชาชีพต่างๆ พร้อมยกตัวอย่างการดำเนินงานของกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีหน่วยงานดูแลสถานศึกษาในกำกับของตนเอง ได้แก่ กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ หัวใจสำคัญคือหลักการ "เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา" โดยเฉพาะการก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ต้องนำมาปรับใช้ในหลักสูตรการสอน เช่น การสอนบินโดรนหรือทักษะดิจิทัลสมัยใหม่ เพื่อให้การผลิตกำลังพลเฉพาะทางของไทยมีคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากลและสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก
กรอบกฎหมายและกลุ่มสายงานการศึกษาเฉพาะทาง
การจัดการศึกษาเฉพาะทางในประเทศไทยสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 21 ที่ระบุว่า "กระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐอาจจัดการศึกษาเฉพาะทางตามความต้องการและความชำนาญของหน่วยงานนั้น โดยคำนึงถึงนโยบายและมาตรฐานของชาติ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง" และกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดการศึกษาเฉพาะทาง พ.ศ. 2547 ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากการจัดการศึกษาในหลักสูตรปกติทั่วไป โดยมุ่งผลิตบุคลากรที่มีความรู้และทักษะวิชาชีพเฉพาะทางตามความต้องการของหน่วยงาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนผ่านหลักสูตรระดับมัธยมปลายหรือเทียบเท่า หลังมัธยมปลายหรือเทียบเท่าที่ไม่ใช่อุดมศึกษา อนุปริญญา และปริญญาตรี รวมถึงมีการใช้บุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพเฉพาะมาถ่ายทอดความรู้ เพื่อบ่มเพาะผู้เรียนให้มีสมรรถนะตรงตามความต้องการของหน่วยงานและพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
การอภิปรายในที่ประชุมแบ่งเป็น 3 กลุ่มสายงาน ดังนี้
- กลุ่มการศึกษาวิชาชีพเฉพาะทาง: โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ มุ่งผลิตบุคลากรผู้ชำนาญการในระดับปฏิบัติการรองรับอุตสาหกรรมขนส่งทางรางไทย ในหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 5 สาขาวิชา ได้แก่ ช่างเครื่องกล ช่างเทคนิคไฟฟ้ารถจักรและล้อเลื่อน ช่างอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม ช่างโยธา และการจัดการเดินรถ
- กลุ่มการศึกษาวิชาชีพทหาร ตำรวจ: เน้นระเบียบวินัยควบคู่กับวิชาการ เมื่อสำเร็จการศึกษาได้รับพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตรตามสาขาวิชา พร้อมบรรจุเข้ารับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตร ยศร้อยตรี/เรือตรี/เรืออากาศตรี/ร้อยตำรวจตรี และได้รับเบี้ยเลี้ยงระหว่างการศึกษา
- กลุ่มการศึกษาวิชาชีพแพทย์ พยาบาล: สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย เปิดรับนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต พร้อมสนับสนุนทุนการศึกษาสภากาชาดไทยให้แก่ผู้ผ่านการคัดเลือกทุกคน เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาสู่สังคมไทย
ระบบ ISTEd เพื่อการจัดการข้อมูลการศึกษา
สกศ. ขอแนะนำแพลตฟอร์มระบบบริหารจัดการสารสนเทศดิจิทัลทางการศึกษา สำหรับลงทะเบียนจัดเก็บข้อมูลสถิติการศึกษาเฉพาะทาง คือ ISTEd : Information System for Thailand Education ที่พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือรวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูลด้านการศึกษาของหน่วยจัดการศึกษาในประเทศไทย ประกอบด้วยตัวชี้วัดทางการศึกษา ได้แก่ การประเมินคุณภาพการศึกษา คุณภาพการศึกษา ดัชนีการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากร โดยมุ่งหวังให้เป็นข้อมูลในการวางแผนการศึกษาของประเทศไทยให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษาหรือ SDG 4 ในการสร้างหลักประกันให้การศึกษามีคุณภาพอย่างครอบคลุมและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน



