ม.รังสิตแถลงโต้ 'กฤษณพงค์' หลังสั่งเลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย ยันลงโทษหนักฐานบิดเบือนข้อมูล
ม.รังสิตแถลงโต้กฤษณพงค์หลังสั่งเลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย

ม.รังสิตแถลงโต้ 'กฤษณพงค์' หลังสั่งเลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย ยันลงโทษหนักฐานบิดเบือนข้อมูล

วันนี้ (1 เมษายน 2569) เกิดเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงอุดมศึกษาไทย เมื่อมหาวิทยาลัยรังสิตได้ออกคำสั่งที่ 325/2569 เลิกจ้าง รศ.พ.ต.ท.กฤษณพงค์ พูตระกูล อดีตประธานคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม โดยระบุเหตุผลว่าเป็นการจงใจทำให้มหาวิทยาลัยได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงอย่างร้ายแรง และฝ่าฝืนข้อบังคับการบริหารงานบุคคล พ.ศ.2550 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป และไม่มีการจ่ายเงินค่าชดเชยใดๆ

อดีตผู้บริหารเชื่อถูกกลั่นแกล้งหลังแฉทุจริตและร้องเรียน อว.

ด้าน รศ.พ.ต.ท.กฤษณพงค์ เปิดใจเชื่อว่าสาเหตุการเลิกจ้างครั้งนี้มาจากปัญหาความขัดแย้งกับฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะกรณีที่ตนเองตรวจสอบการทุจริตลักลอบขนดินภายในมหาวิทยาลัย รวมถึงการให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน และการตั้งคำถามถึงคุณสมบัติของผู้บริหารบางตำแหน่งที่อาจขัดต่อกฎหมาย เช่น เคยต้องโทษจำคุกหรือเป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่งตนได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มาแล้วหลายครั้งเพื่อขอความเป็นธรรม

มหาวิทยาลัยรังสิตออกแถลงการณ์โต้กลับ 3 ประเด็นหลัก

ขณะที่ทางมหาวิทยาลัยรังสิตได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงโต้กลับใน 3 ประเด็นหลัก โดยยืนยันว่าการพ้นจากตำแหน่งรองอธิการบดีของ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ เป็นไปตามข้อกฎหมายเมื่อมีการเปลี่ยนตัวอธิการบดีใหม่ (ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์) มิใช่การถูกสั่งปลดเพราะปราบทุจริต

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ส่วนกรณีการ "ขโมยดิน" 140 คันรถนั้น มหาวิทยาลัยยืนยันว่าเป็นข้อมูลเท็จ เนื่องจากเป็นการขนย้ายขยะเพื่อปรับปรุงพื้นที่ก่อสร้างอาคารใหม่ ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนที่มีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกร่วมด้วยสรุปชัดเจนว่าไม่มีพฤติการณ์ลักทรัพย์ตามที่กล่าวอ้าง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังเผยว่าคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งมี ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ เป็นประธาน ได้วินิจฉัยว่าการนำเรื่องเท็จไปป่าวประกาศของ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ เป็นการสร้างเรื่องบิดเบือนให้สังคมเข้าใจผิด จึงมีมติเอกฉันท์ให้ลงโทษวินัยสถานหนักด้วยการเลิกจ้าง พร้อมยันมีคำสั่งละเอียดกว่า 12 หน้าอธิบายพฤติการณ์ทั้งหมด

อว.รับทราบเรื่อง แต่ย้ำอำนาจตัดสินใจอยู่ที่สภามหาวิทยาลัย

ขณะที่ทางปลัดกระทรวง อว. ระบุว่ารับทราบเรื่องแล้ว แต่อำนาจการตัดสินใจอยู่ที่สภามหาวิทยาลัย ซึ่งจะกำชับให้มีการตรวจสอบอย่างโปร่งใสต่อไป