มหาเถรสมาคมวางแนวทางบำเพ็ญกุศลถวายเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทั้งประเทศ
มหาเถรสมาคมวางแนวทางบำเพ็ญกุศลถวายเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

จากแถลงการณ์สำนักพระราชวังที่สร้างความเศร้าสลดใจแก่พสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ กรณีการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๙ นาฬิกา ๔๘ นาที ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษา ๔๗ ปี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง

มหาเถรสมาคมออกแนวทางปฏิบัติ

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ พศ ๐๐๐๗/๔๕๘๘ ลงวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๙ และด่วนที่สุด ที่ พศ ๐๐๐๗/ว ๓๓๔ ลงวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๙ แจ้งรายงานพระอาการและเสนอเรื่องเวียนขอความเห็นชอบต่อกรรมการมหาเถรสมาคมเป็นรายรูป ซึ่งทุกรูปมีมติเห็นชอบร่วมกัน ออกเป็นมติมหาเถรสมาคม ที่ พิเศษ ๖/๒๕๖๙ กำหนดแนวทางการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่ออุทิศถวายพระกุศลฯ ให้คณะสงฆ์ วัดทุกวัดทั่วราชอาณาจักร และวัดไทยในต่างประเทศ ร่วมใจกันถือปฏิบัติโดยพร้อมเพรียงกัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

๗ แนวทางปฏิบัติของคณะสงฆ์และวัดทั่วโลก

  1. การจัดตั้งโต๊ะหมู่บูชาประดิษฐานพระรูป ให้ทุกวัดจัดโต๊ะหมู่บูชาประดิษฐานพระรูป พร้อมตั้งเครื่องสักการะ ประกอบด้วย เครื่องทองน้อย ๑ สำรับ หรือกระถางธูป ปักธูปหาง ๓ ดอก เชิงเทียน ๑ คู่ ตามบริบทที่วัดสามารถจัดหาได้ พร้อมพุ่มดอกไม้และแจกันดอกไม้ตามความเหมาะสม ณ พระอุโบสถหรืออุโบสถ หรือสถานที่บำเพ็ญกุศลที่สมพระเกียรติภายในวัด และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถวายบังคม
  2. ประกอบพิธีสวดพระพุทธมนต์-สวดพระอภิธรรม ประจำทุกวัน ๑๕ วัน ให้วัดต่างๆ ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระพุทธมนต์ หรือสวดพระอภิธรรมอุทิศถวายพระกุศล ตามเวลาที่เหมาะสมของแต่ละวัดและชุมชน ประจำทุกวันเป็นเวลา ๑๕ วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ เป็นต้นไป
  3. การบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานครบวาระสำคัญ ให้ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศถวายพระกุศลเมื่อสิ้นพระชนม์ครบ สัตตมวาร (๗ วัน), ปัณรสมวาร (๑๕ วัน), ปัญญาสมวาร (๕๐ วัน) และสตมวาร (๑๐๐ วัน) โดยอนุโลมวันกำหนดการตามหมายกำหนดการวันแรกของพระราชพิธีแต่ละวาระ ด้วยการบำเพ็ญกุศลต่างๆ ตามความเหมาะสม เช่น การทำบุญตักบาตร การแสดงพระธรรมเทศนา การสวดพระพุทธมนต์และถวายภัตตาหารเช้าหรือเพล การสวดพระพุทธมนต์และถวายวัตถุปัจจัยสังฆทานในเวลาบ่ายหรือเย็น หรือการสวดมาติกา-สดับปกรณ์พระรูป ข้อกำหนดการใช้พัดยศ ให้อนุโลมตามมติมหาเถรสมาคม ที่ ๙๒๘/๒๕๖๗ ข้อ ๒.๑ โดยให้การจัดพิธีในส่วนกลาง เฉพาะที่ส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่าขึ้นไปเป็นเจ้าภาพจัด และในส่วนภูมิภาค เฉพาะตั้งแต่ระดับอำเภอขึ้นไปเป็นเจ้าภาพจัด ให้ใช้พัดยศ และให้ข้าราชการ-เจ้าหน้าที่ของรัฐแต่งกายเครื่องแบบปกติขาวไว้ทุกข์
  4. กิจกรรมปฏิบัติธรรมกรณีพิเศษ ให้สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดจัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมถวายพระกุศลเป็นกรณีพิเศษ เมื่อสิ้นพระชนม์ครบสัตตมวาร (๗ วัน), ปัณรสมวาร (๑๕ วัน), ปัญญาสมวาร (๕๐ วัน) และสตมวาร (๑๐๐ วัน)
  5. การเจริญจิตตภาวนาประจำวัน ให้คณะสงฆ์ร่วมเจริญจิตตภาวนาเพื่ออุทิศถวายพระกุศล ภายหลังทำวัตรสวดมนต์เย็นเป็นประจำทุกวัน ไปจนถึงการบำเพ็ญกุศลสตมวาร (๑๐๐ วัน)
  6. เพิ่มเติมวัตถุประสงค์พิธีสวดร่วมกับพระราชกุศลเดิม สำหรับการจัดพิธีสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาอุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในส่วนกลางและภูมิภาค ตามมติมหาเถรสมาคม ที่ ๓๗/๒๕๖๙ เดิมนั้น ให้เพิ่มเติมวัตถุประสงค์เป็น “พิธีสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาอุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และอุทิศถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา” พร้อมทั้งประดิษฐานพระรูปตามแนวทางข้อที่ ๑ ในพิธีด้วย
  7. เชิญชวนพสกนิกรและพุทธศาสนิกชนร่วมบำเพ็ญกุศล มหาเถรสมาคมมีมติเชิญชวนประชาชนและพุทธศาสนิกชนทุกภาคส่วน มาร่วมกิจกรรมบำเพ็ญกุศลด้วยการสวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา รักษาศีล ฟังธรรม และปฏิบัติธรรม เพื่ออุทิศถวายพระกุศลแด่พระองค์ท่านในวาระนี้โดยพร้อมเพรียงกัน

นับเป็นมติครั้งสำคัญของคณะสงฆ์ไทยที่จะร่วมนำพาจิตใจของประชาชนทั้งประเทศ น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ผ่านการปฏิบัติธรรมและพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา เพื่ออุทิศถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระผู้ทรงสถิตอยู่ในใจของชนชาวไทยตลอดไป