“มงคลกิตติ์” ยื่นร้องให้เลือกตั้ง 69 เป็นโมฆะ ชี้ กกต. สั่งเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วยขัดรัฐธรรมนูญ
นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคทางเลือกใหม่ ได้เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อแถลงข่าวสำคัญเกี่ยวกับการยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยเรียกร้องให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งครั้งที่ 69 ควรเป็นโมฆะ เนื่องจาก กกต. ได้สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ใน 3 หน่วย ซึ่งขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
เหตุผลหลักที่ยื่นร้องและเปรียบเทียบกับกรณีปี 2557
นายมงคลกิตติ์ อธิบายว่า ในช่วงเช้าวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เขาได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งที่ไม่ครบหน่วย โดยยกตัวอย่างกรณีในปี 2557 ที่กลุ่ม กปปส. ได้ปิดหน่วยเลือกตั้งใน 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ การปิดไม่ให้สมัคร และการปิดไม่ให้ลงคะแนน ซึ่งในเวลานั้นศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เนื่องจากไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญปี 2560 และมีการจัดการเลือกตั้ง 2 ครั้งในคราวเดียวกัน ส่งผลให้กระบวนการขาดความบริสุทธิ์ยุติธรรม
เขาชี้แจงเพิ่มเติมว่า ในกรณีปัจจุบัน กกต. ได้สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในพื้นที่สำคัญ 3 แห่ง ได้แก่ เขต 15 หน่วย 9 ในกรุงเทพมหานคร เขต 1 หน่วย 3 ในจังหวัดน่าน และเขต 6 หน่วย 4 ในจังหวัดอุดรธานี รวมถึงล่าสุดที่มีการสั่งเพิ่มอีก 1 หน่วย แม้ว่าการสั่งเลือกตั้งใหม่จะสามารถทำได้ตามกฎหมาย แต่การกระทำดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน
ข้อเสนอแนะและผลกระทบต่อการเลือกตั้ง
นายมงคลกิตติ์ เน้นย้ำว่า หากต้องการหลีกเลี่ยงไม่ให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ กกต. ควรสั่งให้นับคะแนนใหม่ใน 3 หน่วยดังกล่าว แทนที่จะสั่งให้เลือกตั้งใหม่ อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก กกต. ได้สั่งการไปแล้ว ทำให้เกิดความขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญทันที และอาจนำไปสู่การวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะในที่สุด
นอกจากนี้ เขายังเปิดเผยแผนในอนาคตว่า ภายใน 1-2 วัน จะเดินทางไปร้องศาลปกครอง ในประเด็นการเลือกตั้งที่จัดขึ้นนอกราชอาณาจักร ซึ่งมีการลงคะแนนล่วงหน้าและมีการไลฟ์สด รวมถึงการจัดส่งบัตรเลือกตั้งผ่านทางไปรษณีย์และหน่วยงานอื่น ๆ ทำให้กระบวนการขาดความลับ ซึ่งเขามองว่า กกต. ออกระเบียบเกินอำนาจและขัดรัฐธรรมนูญ
ประเด็นการจัดซื้อจัดจ้างบัตรเลือกตั้ง
นายมงคลกิตติ์ ยังได้กล่าวถึงการจัดซื้อจัดจ้างบัตรเลือกตั้ง โดยระบุว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจงทั้งหมด เขาเรียกร้องให้เปิดเผยเอกสารข้อกำหนด (TOR) เพื่อตรวจสอบว่ามีการระบุการพิมพ์บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งหรือไม่ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลอย่างโปร่งใส
เขากล่าวเสริมว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าบัตรเลือกตั้งดังกล่าวไม่เป็นไปตามหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับ นายแสวง อาจมีความผิดตามกฎหมายด้วย จึงฝากคำแนะนำให้รักษาสุขภาพไว้ในระหว่างกระบวนการนี้



