ทุนก้าวเพื่อน้อง ปี 2569 สร้างชีวิตใหม่ให้เด็กยากจนพิเศษ ทลายกำแพงการศึกษาไทย
ทุนก้าวเพื่อน้อง ปี 69 ส่งเด็กยากจนพิเศษถึงฝั่งฝัน (06.04.2026)

ทุนก้าวเพื่อน้อง ปี 2569: ภารกิจส่งเด็กยากจนพิเศษสู่ฝัน มากกว่าเงินคือการสร้างชีวิตใหม่

ในภาวะที่ประเทศไทยเผชิญกับวิกฤต "ทุนมนุษย์ถดถอย" และเศรษฐกิจเติบโตช้า ข้อมูลจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เผยตัวเลขน่าตกใจว่า ประชากรไทยมีระดับการศึกษาเฉลี่ยเพียง 9.32 ปี หรือเทียบเท่าชั้น ม.3 เท่านั้น ขณะที่ประเทศรายได้สูงในเอเชียอย่างสิงคโปร์หรือเกาหลีใต้ ประชากรเรียนจบเฉลี่ยถึง 12-13 ปี ช่องว่างทางการศึกษานี้ไม่ใช่แค่เรื่องปริมาณ แต่เป็น "กำแพง" ที่ปิดกั้นโอกาสในการพาประเทศออกจากกับดักรายได้ปานกลาง

เรียนฟรีที่ไม่ฟรีจริง: ภาระค่าใช้จ่ายแฝงที่เด็กยากจนแบกรับ

แม้จะมีนโยบายเรียนฟรี แต่เด็กในครัวเรือนยากจนยังมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเฉลี่ยถึง 9,420 บาทต่อปี ซึ่งประกอบด้วยค่าเดินทาง ค่าเล่าเรียนส่วนต่าง และค่าอาหารเช้า สำหรับครอบครัวที่มีรายได้เฉลี่ยเพียง 1,236 - 3,043 บาทต่อเดือน เงินจำนวนนี้คือภูเขาที่ยากจะก้าวข้าม ส่งผลให้เด็กยากจนพิเศษมีโอกาสเรียนต่อถึงระดับมหาวิทยาลัยเพียง 12.5% เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเด็กทั้งประเทศที่มีโอกาสถึง 32% หรือต่างกันเกือบ 3 เท่า

ดร.ไกรยศ ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. กล่าวถึงความน่ากังวลว่า ประเทศไทยติดกับดักรายได้ปานกลางส่วนหนึ่งเพราะ "คุณภาพคน" ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านประชากรเรียนจบเฉลี่ย 12-13 ปี แต่เด็กไทยที่ยากจนพิเศษกลับหยุดอยู่ที่ 9 ปี (ม.3) "ปีที่ 9 เป็นปีที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ และเป็นปีที่ปัจจัยต่างๆ ของครอบครัวเขา ชุมชน สังคม โรงเรียน ถ้าวันนี้ไมได้รับเงินสนับสนุนทุนจากพวกเรา ก็จะเป็นอีกหนึ่งชีวิต อีกหนึ่งครัวเรือน อีกหนึ่งชั่วอายุคน ที่จะยุติการศึกษาที่เลข 9 เหมือนเดิม เราก็จะไม่มีวันสู้มาเลเซียได้ อย่าไปหวังถึงอีก 4 ประเทศที่ออกนอกกับดักรายได้ไปแล้วเลย"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ทุนก้าวเพื่อน้อง รุ่นที่ 6: พันธกิจชุบชีวิตใหม่ด้วยการดูแลครบวงจร

ตระหนักถึงปัญหา "รอยต่อ" ทางการศึกษา คุณอาทิวราห์ คงมาลัย (ตูน บอดี้สแลม) ในฐานะประธานมูลนิธิก้าวคนละก้าว จึงร่วมกับ กสศ. ดำเนินโครงการ "ทุนก้าวเพื่อน้อง" ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยในปีการศึกษา 2569 นี้ มีเป้าหมายระดมทุนสนับสนุนอย่างน้อย 20 ทุน (งบประมาณ 4.2 ล้านบาท) เพื่อส่งต่อเด็กที่มีศักยภาพแต่ขาดแคลนทรัพย์สินให้ได้รับโอกาสเรียนต่อในระดับ ม.ปลาย หรือ ปวช. จนจบหลักสูตร 3 ปี

ความพิเศษของทุนนี้คือการดูแลแบบ "ครบวงจร" ประกอบด้วย:

  • ค่าใช้จ่ายรายเดือน: 5,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้เด็กไม่ต้องออกไปรับจ้างทำงานเสริมจนเสียการเรียน
  • ค่าธรรมเนียมและอุปกรณ์: ไม่เกิน 10,000 บาทต่อปี
  • รวมสนับสนุนต่อคน: 70,000 บาทต่อปี หรือรวม 210,000 บาทตลอดหลักสูตร 3 ปี

ในฐานะคุณพ่อลูกสอง ตูน อาทิวราห์ ได้ถ่ายทอดความรู้สึกที่เปลี่ยนไปต่อการให้โอกาสทางการศึกษาว่า "พอมีลูกเอง มิติความรับผิดชอบของผมก็เปลี่ยนมุมมอง พ่อแม่ทุกคนอยากเห็นลูกได้ดิบได้ดีในเส้นทางที่ควรจะเป็น การที่เราไปช่วยน้องๆ มันคือการไปช่วยพ่อแม่ของเขาให้ได้ผ่อนหนักเป็นเบา ได้มองเห็นลูกเติบโตอย่างผ่อนคลายมากขึ้น ผมรู้สึกเลยว่าพ่อแม่ทุกคน ถ้าต้องให้ลูกออกจากระบบการศึกษามาช่วยงาน ผมว่าไม่มีใครมีความสุขหรอก"

กระบวนการคัดกรองที่โปร่งใสและสถานภาพที่น่าเป็นห่วง

ในปี 2569 นี้ มีการเสนอชื่อเด็กนักเรียนเข้ามาทั้งหมด 435 รายชื่อ ผ่านกระบวนการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและตรวจสอบสถานะความยากจนตามระบบปัจจัยพื้นฐาน จนเหลือผู้ที่ผ่านเกณฑ์เข้มข้น 240 รายชื่อ สัดส่วนผู้ขอรับทุนส่วนใหญ่มาจากสังกัด สพฐ. (94.16%) และกระจายอยู่ทั่วภูมิภาค โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีการเสนอชื่อสูงสุดถึง 56.25%

สถานภาพที่น่าเป็นห่วงคือ เด็กกลุ่มนี้กว่า 164 คนถูกจัดอยู่ในเกณฑ์ "ยากจนพิเศษ" และส่วนใหญ่ (102 คน) มาจากครอบครัวที่หย่าร้าง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการหลุดออกจากระบบการศึกษา

ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนโลก: จากทุนก้าวเพื่อน้องสู่เส้นทางอาชีพในฝัน

ความสำเร็จของรุ่นพี่ทุนก้าวเพื่อน้อง รุ่นที่ 1 เป็นเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจน โดยกว่า 80% มีผลการเรียนเฉลี่ย 3.00 ขึ้นไป และปัจจุบันสามารถเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีได้ถึง 53 คน เช่น น้องภูมิ ที่สอบติดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ น้องไทเกอร์ ที่กำลังเดินตามฝันสู่การเป็นวิศวกร

การมอบทุน "ก้าวเพื่อน้อง" จึงไม่ใช่แค่การให้การศึกษา แต่คือการสร้าง "หลักประกันโอกาส" ที่จะช่วยให้เยาวชนเหล่านี้หลุดพ้นจากวงจรความยากจนข้ามรุ่นได้อย่างยั่งยืน และกลับมาเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวข้ามวิกฤตประชากรและเศรษฐกิจในอนาคต