สกศ. ผนึกภาคีภาคเหนือ รุกนโยบาย '3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม' ฟื้นฟูเด็กปฐมวัยยุคดิจิทัล
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาคเหนือ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย "3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม" ในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อฟื้นฟูเด็กเล็กที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีดิจิทัล การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ณ โรงแรมกรีนเลค รีสอร์ท จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมถ่ายทอดสดผ่านช่องทางเฟซบุ๊กและยูทูบของ "สภาการศึกษา" และ "ปฐมวัยไทยแลนด์"
การเปิดการประชุมและแนวคิด 4H
ดร.สุภชัย จันปุ่ม รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมกล่าวว่า สกศ. ร่วมกับหน่วยงานการพัฒนาเด็กปฐมวัยส่วนกลางและภูมิภาค จัดการประชุมในครั้งนี้เพื่อเสริมองค์ความรู้และทักษะแก่ครู ผู้ดูแลเด็ก และภาคีที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของช่วงอายุ 0-6 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาทองของการสร้างรากฐานสมอง โดยเฉพาะสมองส่วนหน้า การลงทุนในเด็กเล็กในช่วงนี้จะให้ผลตอบแทนทางสังคมสูงสุดในระยะยาว ผ่านแนวคิด 4H: Head – Hand – Heart – Health ซึ่งการเพิ่มพลังสมองเด็กปฐมวัยไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างเด็กไทยที่คิดเป็น เรียนรู้ได้ และปรับตัวได้ท่ามกลางความท้าทายในยุคดิจิทัล
การเสวนาและรายละเอียดนโยบาย
การเสวนาวิชาการขับเคลื่อนนโยบาย "3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม" สู่การปฏิบัติระดับภูมิภาค ได้รับการดำเนินการโดย ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่างๆ ซึ่งร่วมกันถ่ายทอดแนวทางการนำนโยบายไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบท การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และการลดปัจจัยเสี่ยงที่ขัดขวางพัฒนาการ เพื่อวางรากฐานสำคัญให้เด็กปฐมวัยเติบโตอย่างมีคุณภาพและเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน
รายละเอียดของนโยบาย "3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม" มีดังนี้:
- 3 เร่ง: เร่งฟื้นฟูพัฒนาการ เร่งคัดกรองและติดตามพัฒนาการเด็กโดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยและหน่วยบริการสาธารณสุข เร่งเสริมทักษะการเรียนรู้เชิงรุกและการเล่นอย่างมีคุณภาพ และเร่งสนับสนุนโภชนาการและสุขภาพจิตของเด็กและครอบครัวอย่างเป็นระบบ
- 3 ลด: ลดปัจจัยเสี่ยงกระทบพัฒนาการ ลดความเครียดในครอบครัวผ่านการให้คำปรึกษาและสร้างเครือข่ายพ่อแม่ ลดเวลาอยู่หน้าจอโดยส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์แทนการใช้สื่อดิจิทัลเกินความจำเป็น และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาด้วยการจัดสรรทรัพยากรอย่างทั่วถึงโดยเฉพาะพื้นที่เปราะบาง
- 3 เพิ่ม: สร้างภูมิคุ้มกันชีวิต ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการเล่นเพื่อพัฒนาทักษะสมองและอารมณ์ เพิ่มบทบาทครอบครัวเป็นฐานการเรียนรู้แรก สนับสนุนพ่อแม่ให้มีความรู้และทักษะดูแลลูก และส่งเสริมความร่วมมือชุมชนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการดูแลเด็กอย่างรอบด้าน
โมเดลเชียงใหม่และกิจกรรมเสริมสร้าง
นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอโมเดลของจังหวัดเชียงใหม่ที่นำนโยบายไปปรับใช้ผ่านโมเดล Lanna Child 4D Model ซึ่งครอบคลุมด้านทันตสุขภาพ พัฒนาการ โภชนาการ และการป้องกันโรค ผสานเข้ากับโมเดลการมีสุขภาวะที่ดีและระบบครอบครัว เพื่อพัฒนาทักษะทางสังคมและอารมณ์ ตลอดจนโครงการพัฒนาทักษะความเป็นพ่อแม่
ในช่วงบ่าย มีกิจกรรมปลดล็อก "4 พลังสร้างสมองการเรียนรู้ปฐมวัย" ผ่าน Mini Workshop และ Mini Lecture เพื่อขับเคลื่อนแนวคิด 4H ครอบคลุมทั้งการอ่าน การเล่น การเรียนรู้อารมณ์ และสุขภาวะสมอง กาย และใจของเด็กปฐมวัย ดังนี้:
- Head: มหัศจรรย์แห่งการอ่าน โดยเน้นการส่งเสริมการอ่านหนังสือภาพ นิทาน และการเล่าเรื่องเพื่อกระตุ้นการทำงานของสมอง พัฒนาทักษะภาษา สมาธิ และจินตนาการ
- Hand: เล่นเปลี่ยนโลก โดยสาธิตกิจกรรมการเล่นอิสระกับชิ้นส่วนที่หลากหลายหรือ Loose parts เพื่อพัฒนาสมองด้วยการเล่นปลายเปิดที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และความมั่นใจในตนเอง
- Heart: สื่อเด็กกับการเรียนรู้อารมณ์และความรู้สึก โดยเน้นการใช้สื่อ เพลง เสียงดนตรี และการสื่อสารที่เหมาะสมเพื่อพัฒนาสมองส่วนหน้าซึ่งกำกับอารมณ์และพฤติกรรม
- Health: สุขภาพสมอง-กาย-ใจ ของเด็กปฐมวัยในยุคดิจิทัล โดยเจาะลึก Digital Health และ Digital Literacy เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันผ่านการลดเวลาหน้าจอและเพิ่มกิจกรรมสร้างสรรค์
สรุปและแนวทางการขับเคลื่อน
ในช่วงท้าย ที่ประชุมร่วมสรุปแนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย "3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม" เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยสู่การปฏิบัติระดับภูมิภาค โดยสกศ. และภาคีเครือข่ายย้ำว่า หัวใจสำคัญคือการบูรณาการความร่วมมือระหว่างบ้าน โรงเรียน และชุมชน ต้องเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้ปกครองและครูถึงความสำคัญของช่วงวัยทองแห่งการเรียนรู้ พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสและพื้นที่สร้างสรรค์ที่สอดคล้องกับธรรมชาติของเด็กปฐมวัย เพื่อร่วมกันสร้างรากฐานที่แข็งแรงให้กับอนาคตของประเทศ



