ชาวเน็ตจับตา! ลิซ่า-เฟรเดอริก ส่อเลิกราหลังคบ 3 ปี หลังมีภาพสนิทกับคนอื่น
ลิซ่า-เฟรเดอริก ส่อเลิกรา หลังคบ 3 ปี (09.04.2026)

ชาวเน็ตจับตา! ความรัก 3 ปีของลิซ่า-เฟรเดอริก ส่อสะดุด หลังมีภาพสนิทกับคนอื่น

ความสัมพันธ์ของ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า สมาชิกวง BlackPink กับ เฟรเดอริก อาร์โนล์ต ทายาทอภิมหาเศรษฐีจากอาณาจักร LVMH กำลังกลายเป็นที่สนใจของแฟนคลับและชาวเน็ตทั่วโลก หลังมีข่าวลือหนาหูว่าทั้งคู่ส่อแววเลิกรากัน เนื่องจากคบหาดูใจมาเกือบ 3 ปี แต่กลับไม่ค่อยได้เห็นภาพร่วมกันในที่สาธารณะมากนัก

จุดเริ่มต้นจากภาพใกล้ชิดในงานปาร์ตี้

ล่าสุด เรื่องนี้ถูกพูดถึงอีกครั้ง เมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ลิซ่า ถูกพบเข้าร่วมงานปาร์ตี้ที่บาหลี และมีโมเมนต์ใกล้ชิดกับ ดีเจดิสโก ไลเนส ซึ่งทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า ความสัมพันธ์ของเธอกับ เฟรเดอริก อาจไม่เหมือนเดิมแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพราะตลอดระยะเวลาที่คบกันกับทายาทมหาเศรษฐี ลิซ่า ไม่ค่อยได้มีภาพกับเพศตรงข้ามคนอื่นในที่สาธารณะมาก่อน จุดนี้จึงกลายเป็นข้อสงสัยสำคัญที่แฟนๆ จับตามอง

เฟรเดอริกก็ถูกจับตาด้วยภาพกับนางแบบชื่อดัง

ในขณะเดียวกัน เฟรเดอริก อาร์โนล์ต ก็ถูกจับตามองไม่แพ้กัน เมื่อมีผู้ใช้โซเชียลมีเดียแชร์ภาพของเขา คู่กับ แคโรไลน์ เดอร์ (Caroline Daur) นางแบบและบล็อกเกอร์แฟชั่นชื่อดังชาวเยอรมัน ซึ่งทั้งสองคนดูมีความสนิทสนมกันไม่น้อย นอกจากนี้ ยังพบว่า เฟรเดอริก กดไลก์โพสต์ของเธอหลายโพสต์ ส่งผลให้หลายคนเชื่อว่า ลิซ่า และทายาทมหาเศรษฐีอาจยุติความสัมพันธ์ที่ยาวนานเกือบ 3 ปีลงแล้ว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ข้อโต้แย้งจากภาพเก่าและความเป็นไปได้อื่น

อย่างไรก็ตาม ยังมีคนอีกส่วนหนึ่งออกมาให้ข้อมูลว่า ภาพของ เฟรเดอริก กับ แคโรไลน์ เป็นภาพเก่าตั้งแต่ปี 2023 ซึ่งเป็นช่วงที่ทั้งคู่เคยมีข่าวลือด้วยกันในระยะสั้นเท่านั้น นอกจากนี้ ข่าวลือเรื่องการเลิกกันของทั้งสองยังคงเป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตจากคนในโซเชียลมีเดีย โดยยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลย

ในความเป็นจริง ทั้ง ลิซ่า และ เฟรเดอริก ต่างก็มีสังคมเพื่อนฝูงและแวดวงการทำงานที่กว้างขวาง การถ่ายภาพหรือการพูดคุยกับเพื่อนใหม่ๆ อาจเป็นเพียงการพบปะทำความรู้จักกันในแวดวงสังคมของคนระดับโลก ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้น ข่าวลือนี้จึงควรติดตามอย่างระมัดระวังจนกว่าจะมีข้อเท็จจริงชัดเจนจากตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง