กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้ประกาศแผนการขับเคลื่อนโครงการสาธารณประโยชน์จำนวน 21 โครงการ โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ชายแดนห่างไกล ด้วยงบประมาณรวมทั้งสิ้น 2,226,034 บาท ซึ่งครอบคลุมการติดตั้งระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานและสื่อเทคโนโลยีการศึกษาที่จำเป็น
การประชุมคณะกรรมการมูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติ
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ ได้จัดการประชุมสามัญคณะกรรมการมูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติ ประจำปี 2569 ณ ห้องพัชราวดี โรงแรมปรินซ์พาเลซ ในกรุงเทพมหานคร การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำกับทิศทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับข้อบังคับและเร่งรัดภารกิจสาธารณประโยชน์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมทั่วประเทศ
พลตรีธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการมูลนิธิฯ เปิดเผยว่า การประชุมดำเนินไปตามข้อบังคับ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2567 โดยมีกรรมการเข้าร่วมครบองค์ประชุมตามที่กำหนด แม้ว่าพลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิฯ จะไม่สามารถเข้าร่วมได้เนื่องจากติดภารกิจ แต่ได้มอบหมายให้พลเอกชิษณุพงศ์ รอดศิริ รองผู้บัญชาการทหารบก เข้าร่วมประชุมแทน
ความคืบหน้าและโครงการที่ได้รับอนุมัติ
ที่ประชุมได้มีการรับรองรายงานการประชุมครั้งก่อน รับทราบการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการ และรับรองงบแสดงฐานะการเงินปี 2567 นอกจากนี้ ยังมีการรายงานความคืบหน้าการลงทะเบียนระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) กับกรมสรรพากร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับความโปร่งใสและมาตรฐานการบริหารจัดการของมูลนิธิ
ที่สำคัญ ที่ประชุมได้เห็นชอบโครงการสาธารณประโยชน์ประจำปี 2569 จำนวน 21 โครงการ โดยใช้งบประมาณรวม 2,226,034 บาท จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค 1 ถึง 4 และศูนย์ ทสปช. ในทะเล โครงการเหล่านี้ครอบคลุมกิจกรรมหลากหลาย เช่น
- การซ่อมแซมอาคารเรียนและปรับปรุงห้องน้ำรวมถึงระบบสุขาภิบาล
- การพัฒนาระบบไฟฟ้าและน้ำอุปโภคบริโภคเพื่อความสะดวกสบาย
- การติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อลดต้นทุนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
- การจัดหาเครื่องกรองน้ำสะอาดเพื่อสุขอนามัยที่ดีขึ้น
- การจัดหาสื่อเทคโนโลยีการศึกษาเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้
โครงการทั้งหมดมุ่งเป้าไปที่โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลและชายแดน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กนักเรียน หนึ่งในโครงการที่เห็นผลชัดเจนคือ "สุขาดี มีความสุข" ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค 4 ซึ่งมีการก่อสร้างห้องน้ำจำนวน 4 ห้อง ให้กับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนยูงทองรัฐประชาสรรค์ ในอำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล เพื่อเสริมสร้างสุขอนามัยและความปลอดภัยให้กับเด็กนักเรียนชายแดน
การขับเคลื่อนโครงการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรในการสนับสนุนชุมชนชายแดนผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการศึกษา ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีในระยะยาวต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในภูมิภาค



