สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการให้ซาอุดีอาระเบียเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 2034 หลังจากที่ประเทศในตะวันออกกลางเป็นเพียงชาติเดียวที่ยื่นเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ก่อนที่ฟีฟ่าจะมีกำหนดประกาศอย่างเป็นทางการในปี 2024
ซาอุดีอาระเบียเจ้าภาพเดี่ยว
การประกาศครั้งนี้มีขึ้นหลังจากฟีฟ่าได้เปิดรับข้อเสนอการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034 โดยกำหนดเส้นตายในวันที่ 31 ตุลาคม 2023 ซึ่งซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศเดียวที่ยื่นเสนอตัว ส่งผลให้ฟีฟ่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องมอบสิทธิ์ให้กับซาอุดีอาระเบีย
จานนี อินฟันติโน ประธานฟีฟ่า กล่าวว่า "เรายินดีต้อนรับซาอุดีอาระเบียสู่ครอบครัวฟุตบอลโลก และมั่นใจว่าพวกเขาจะจัดการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมได้" การแข่งขันฟุตบอลโลก 2034 จะเป็นครั้งที่สองที่จัดขึ้นในตะวันออกกลาง ต่อจากกาตาร์ในปี 2022
ผลกระทบต่อวงการฟุตบอลโลก
การที่ซาอุดีอาระเบียได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034 สร้างความกังวลในเรื่องสิทธิมนุษยชนและสภาพอากาศที่ร้อนจัดของประเทศ อย่างไรก็ตาม ซาอุดีอาระเบียให้คำมั่นว่าจะจัดการแข่งขันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเคารพสิทธิมนุษยชน โดยจะใช้เทคโนโลยีทำความเย็นในสนามกีฬาเช่นเดียวกับกาตาร์
นอกจากนี้ การแข่งขันฟุตบอลโลก 2030 จะมีสามประเทศเป็นเจ้าภาพร่วม ได้แก่ สเปน โปรตุเกส และโมร็อกโก โดยมีอุรุกวัย อาร์เจนตินา และปารากวัยเป็นเจ้าภาพในนัดที่ระลึกครบรอบ 100 ปี
อนาคตของฟุตบอลโลก
การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้ฟุตบอลโลกในปี 2030 และ 2034 ถูกกำหนดไว้แล้ว ทิ้งให้ชาติอื่นๆ รอคอยโอกาสในการเป็นเจ้าภาพในปี 2038 เป็นต้นไป ฟีฟ่ามีแผนที่จะเพิ่มจำนวนทีมที่เข้าร่วมเป็น 48 ทีมตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้การแข่งขันยิ่งใหญ่ขึ้น



