บราซิลซิวแชมป์ฟุตบอลโลกหญิง 2027 หลังชนะเยอรมนี 2-0
บราซิลคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกหญิง 2027 หลังชนะเยอรมนี

การแข่งขันฟุตบอลโลกหญิง 2027 รอบชิงชนะเลิศที่ประเทศออสเตรเลีย จบลงด้วยชัยชนะของทีมชาติบราซิลที่เอาชนะเยอรมนี 2-0 คว้าแชมป์สมัยแรกในประวัติศาสตร์ของทีม

มาร์ตาและเดบินญาพาบราซิลคว้าชัย

ประตูแรกเกิดขึ้นในนาทีที่ 34 จากลูกยิงของมาร์ตา กัปตันทีมวัย 41 ปี ที่สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้เล่นอายุมากที่สุดที่ยิงประตูในนัดชิงฟุตบอลโลกหญิง ต่อมาในครึ่งหลัง เดบินญา ยิงประตูตอกย้ำชัยชนะในนาทีที่ 62 ทำให้บราซิลนำ 2-0 ซึ่งเป็นสกอร์สุดท้ายของเกม

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้บราซิลคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกหญิงเป็นครั้งแรก หลังจากที่เคยเข้ารอบชิงชนะเลิศมาแล้ว 2 ครั้งในปี 2007 และ 2023 แต่พ่ายแพ้ทั้งสองครั้ง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สถิติสำคัญในนัดชิงชนะเลิศ

สถิติการครองบอลของบราซิลอยู่ที่ 54% ขณะที่เยอรมนีมีโอกาสยิงประตู 8 ครั้ง แต่ไม่สามารถทำประตูได้เลย ผู้รักษาประตูบราซิล เลติเซีย อิซิโดโร เซฟไว้ได้ 4 ครั้ง รักษาคลีนชีตได้สำเร็จ

มาร์ตาได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของนัด (Man of the Match) จากการทำ 1 ประตูและ 1 แอสซิสต์ ส่วนรางวัลรองเท้าทองคำ (Golden Boot) ตกเป็นของเดบินญาที่ทำประตูรวม 8 ประตูตลอดทัวร์นาเมนต์

ปฏิกิริยาจากกัปตันทีมบราซิล

มาร์ตากล่าวหลังเกมว่า "นี่คือความฝันที่เป็นจริงสำหรับพวกเราทุกคน ทีมนี้ทำงานหนักมากตลอด 4 ปีที่ผ่านมา และวันนี้เราทำให้คนทั้งประเทศภาคภูมิใจ"

ด้านกุนซือบราซิล อาร์เธอร์ อีเลียส กล่าวว่า "นักเตะทุกคนทุ่มเทอย่างเต็มที่ เรามีแผนการเล่นที่ชัดเจนและสามารถดำเนินการได้อย่างสมบูรณ์แบบ"

ผลกระทบต่อวงการฟุตบอลหญิง

ความสำเร็จของบราซิลในครั้งนี้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นความสนใจในฟุตบอลหญิงในอเมริกาใต้มากขึ้น โดยเฉพาะในบราซิลที่มีประวัติศาสตร์ฟุตบอลชายที่แข็งแกร่ง แต่ฟุตบอลหญิงยังต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นอกจากนี้ การที่มาร์ตายังคงเล่นในระดับสูงแม้อายุ 41 ปี ถือเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลหญิงรุ่นใหม่ทั่วโลก

เส้นทางสู่แชมป์ของบราซิล

บราซิลผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ในฐานะแชมป์กลุ่ม หลังจากชนะทุกนัดในรอบแบ่งกลุ่ม โดยเอาชนะไนจีเรีย 3-0, ญี่ปุ่น 2-1 และแคนาดา 1-0 ในรอบ 16 ทีม บราซิลเอาชนะสวีเดน 2-0 ก่อนจะชนะอังกฤษ 3-1 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ และเอาชนะสหรัฐอเมริกา 2-1 ในรอบรองชนะเลิศ

ส่วนเยอรมนี ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศด้วยการเอาชนะฝรั่งเศส 1-0 ในรอบรองฯ แต่ไม่สามารถหยุดความแข็งแกร่งของบราซิลได้