แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าชัยเหนือลิเวอร์พูล 4-3 ในเกมประวัติศาสตร์ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด
ในเกมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่ดุเดือดและน่าตื่นเต้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถเอาชนะลิเวอร์พูล 4-3 ที่สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด โดยมีประตูชัยจากบรูโน เฟอร์นันเดสในนาทีสุดท้าย ทำให้ทีมเก็บสามคะแนนสำคัญในการไล่ล่าตำแหน่งแชมป์
รายละเอียดการแข่งขัน
เกมนี้เริ่มต้นอย่างร้อนแรงด้วยการทำประตูของลิเวอร์พูลในนาทีที่ 10 จากโมฮาเหม็ด ซาลาห์ แต่แมนฯ ยูไนเต็ด ตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วด้วยประตูของมาร์คัส แรชฟอร์ดในนาทีที่ 25 ทำให้สกอร์เท่ากัน 1-1 ก่อนจบครึ่งแรก
ในครึ่งหลัง ทั้งสองทีมเล่นอย่างดุเดือด โดยลิเวอร์พูลกลับมาล้ำหน้า 2-1 จากประตูของดิโยโก โจตาในนาทีที่ 55 แต่แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ยอมแพ้และทำประตูตีเสมอได้จากคริสเตียน เอริกเซนในนาทีที่ 70
เกมเข้าสู่ช่วงตื่นเต้นเมื่อลิเวอร์พูลทำประตูนำอีกครั้งจากซาดิโอ มาเนในนาทีที่ 80 ทำให้สกอร์เป็น 3-2 แต่แมนฯ ยูไนเต็ด ตอบโต้ด้วยประตูของแอนโทนี มาร์เชียลในนาทีที่ 85 และประตูชัยจากบรูโน เฟอร์นันเดสในนาทีที่ 90+3 ทำให้ทีมชนะ 4-3
ผลกระทบต่อตารางคะแนน
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บสามคะแนนสำคัญและขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 3 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ขณะที่ลิเวอร์พูล ตกไปอยู่ในอันดับที่ 5 ซึ่งอาจส่งผลต่อโอกาสในการคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้
ผู้จัดการทีมของแมนฯ ยูไนเต็ด กล่าวว่า "นี่คือชัยชนะที่สำคัญมากสำหรับทีม เราเล่นได้ดีและแสดงจิตวิญญาณการต่อสู้จนนาทีสุดท้าย" ในขณะที่ ผู้จัดการทีมของลิเวอร์พูล แสดงความผิดหวัง "เราเสียประตูในนาทีสุดท้าย ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย แต่เราจะกลับมาสู้ใหม่ในเกมหน้า"
สถิติที่น่าสนใจ
- แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสยิงทั้งหมด 15 ครั้ง โดยยิงเข้าประตู 7 ครั้ง
- ลิเวอร์พูล มีโอกาสยิง 12 ครั้ง ยิงเข้าประตู 5 ครั้ง
- การครองบอลของทั้งสองทีมใกล้เคียงกันที่ 50-50
- มีใบเหลืองแจกให้ผู้เล่นทั้งสองทีมรวม 4 ใบ
เกมนี้ถือเป็นหนึ่งในเกมที่ดุเดือดและน่าตื่นเต้นที่สุดของฤดูกาลพรีเมียร์ลีก และแสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่เข้มข้นระหว่างสองทีมยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ



