บัตรเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลหญิงประวัติศาสตร์ระหว่างทีมซูวอน เอฟซี จากเกาหลีใต้ และแนโกฮยาง จากเกาหลีเหนือ จำนวนกว่า 7,087 ที่นั่ง ถูกจำหน่ายหมดเกลี้ยงภายในเวลาเพียง 12 ชั่วโมง หลังรัฐบาลเกาหลีใต้อนุญาตให้นักกีฬาเกาหลีเหนือเดินทางเข้าประเทศเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 7 ปี
การแข่งขันประวัติศาสตร์ในรอบ 7 ปี
สมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้ (KFA) เปิดเผยว่า บัตรเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลหญิงรายการเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก วีเมนส์ (AFC Women's Champions League) รอบรองชนะเลิศ ระหว่างทีมเจ้าถิ่น ซูวอน เอฟซี และแนโกฮยาง จากเกาหลีเหนือ ถูกจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 12 ชั่วโมงหลังเปิดขาย การพบกันในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในวงการกีฬา เนื่องจากเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2018 ที่ทีมนักกีฬาจากเกาหลีเหนือได้รับอนุญาตให้ข้ามพรมแดนมาแข่งขันบนแผ่นดินเกาหลีใต้ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ยังคงตึงเครียดของทั้งสองประเทศ
การอนุมัติจากรัฐบาลเกาหลีใต้
กระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้แถลงยืนยันการอนุมัติให้คณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากเกาหลีเหนือรวม 39 คน เดินทางเข้าประเทศได้ตั้งแต่วันอาทิตย์นี้จนถึงวันที่ 24 พฤษภาคม โดยทีมแนโกฮยางจะบินตรงจากกรุงปักกิ่งมายังเกาหลีใต้เพื่อเตรียมทำศึกครั้งสำคัญ แม้ทั้งสองเกาหลีจะยังอยู่ในภาวะสงครามทางเทคนิค หลังสงครามเกาหลีระหว่างปี 1950-1953 สิ้นสุดลงด้วยข้อตกลงสงบศึก ไม่ใช่สนธิสัญญาสันติภาพ แต่การแข่งขันครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของการแลกเปลี่ยนระหว่างสองฝ่ายผ่านกีฬา
กฎการแข่งขันและกองเชียร์ร่วม
เนื่องจากการแข่งขันครั้งนี้เป็นการพบกันในระดับสโมสรภายใต้กฎของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) จึงจะไม่มีการเชิญธงชาติหรือบรรเลงเพลงชาติของทั้งสองประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงประเด็นทางการเมืองและศาสนาตามแนวทางของเอเอฟซี แม้จะไม่มีแฟนบอลจากเกาหลีเหนือได้รับอนุญาตให้เข้าเมืองมาเชียร์ แต่กลุ่มภาคประชาสังคมในเกาหลีใต้กว่า 200 กลุ่ม ได้รวมตัวกันจัดตั้ง 'กองเชียร์ร่วม' จำนวน 3,000 คน เพื่อสนับสนุนนักเตะทั้งสองฝ่ายภายใต้จิตวิญญาณแห่งสันติภาพและมิตรภาพทางการกีฬา โดยรัฐบาลเกาหลีใต้ได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนกลุ่มเชียร์นี้เป็นเงิน 300 ล้านวอน (ประมาณ 6.5 ล้านบาท)
ความสำคัญของการแข่งขัน
ผู้ชนะในการแข่งขันนัดนี้จะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในวันที่ 23 พฤษภาคม เพื่อรอพบกับผู้ชนะระหว่างทีมเมลเบิร์น ซิตี้ จากออสเตรเลีย หรือทีมโตเกียว เวอร์ดี้ เบเลซ่า จากญี่ปุ่น โดยเกาหลีเหนือถือเป็นมหาอำนาจในวงการฟุตบอลหญิงระดับเอเชียและระดับโลกมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในรุ่นเยาวชนที่คว้าแชมป์โลกมาได้หลายสมัยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ศึกครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการชิงชัยในสนามฟุตบอล แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการใช้ 'การทูตเชิงกีฬา' เพื่อลดอุณหภูมิความขัดแย้งบนคาบสมุทรเกาหลีที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง



