ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องกรณีนายกฯ-ครม.ไม่ชี้แจงเหตุผลก่อนประชามติ
ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องกรณีนายกฯ-ครม.ไม่ชี้แจงก่อนประชามติ

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องกรณีนายกฯ-ครม.ไม่ชี้แจงเหตุผลก่อนประชามติ

ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเป็นเอกฉันท์ในการสั่งไม่รับคำร้องกรณีที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีไม่ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นและไม่มีร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ประชาชนใช้เป็นข้อมูลก่อนทำประชามติ โดยศาลชี้แจงว่าคำร้องดังกล่าวอยู่ระหว่างศาลปกครองกลางไต่สวนในวันนี้ (1 เมษายน 2569) ทำให้ไม่อาจรับไว้พิจารณาวินิจฉัยได้

รายละเอียดคำร้องและข้อกล่าวหา

ในการประชุมพิจารณา นางสาวณัฐธิดา นิโครธางกูร ในฐานะผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 โดยอ้างว่านายกรัฐมนตรีในฐานะผู้ถูกร้องที่ 1 และคณะรัฐมนตรีในฐานะผู้ถูกร้องที่ 2 จัดให้มีการออกเสียงประชามติเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นและไม่มีร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจออกเสียงประชามติ

ผู้ร้องเห็นว่าการกระทำนี้ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ลดพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ และลดอำนาจการตรวจสอบของหน่วยงานของรัฐ อีกทั้งยังละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้อง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหลายมาตรา ได้แก่

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • มาตรา 3
  • มาตรา 5
  • มาตรา 25
  • มาตรา 26
  • มาตรา 77
  • มาตรา 140
  • มาตรา 144
  • มาตรา 156
  • มาตรา 169

เหตุผลการไม่รับคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องและเอกสารประกอบอย่างละเอียดผ่านการอภิปราย และพบว่าข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารแสดงให้เห็นว่าผู้ร้องได้ยื่นฟ้องผู้ถูกร้องทั้งสองต่อศาลปกครองกลางแล้ว โดยคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองกลาง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ศาลรัฐธรรมนูญอ้างอิงถึงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 47 (4) ซึ่งระบุว่าในกรณีที่เรื่องอยู่ในระหว่างการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอื่น ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา โดยมาตรา 46 วรรคสามได้บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาได้

ด้วยเหตุนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย เนื่องจากผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 ได้ในขณะที่คดียังค้างอยู่ในศาลปกครองกลาง

บริบทข่าวที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ยังมีข่าวที่เกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นอื่นๆ เช่น กรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่สั่งมาตรการชั่วคราว โดยชี้ยังไม่มีเหตุเสียหาย และกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งแจ้งตัวเลขออกเสียงประชามติแต่ไม่ประกาศผล ซึ่งมีผู้วิพากษ์วิจารณ์ว่ายังเป็นที่สงสัยในกระบวนการ

การตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้สะท้อนถึงกระบวนการทางกฎหมายที่เคร่งครัด และการให้ความสำคัญกับอำนาจหน้าที่ของศาลต่างๆ ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวทางการดำเนินคดีและการยื่นคำร้องในอนาคต