กองทัพบกเผยผลตรวจสอบกรณีพลทหารเสียชีวิตในเรือนจำ ยืนยันสาเหตุจากหัวใจวายเฉียบพลัน
วันนี้ (22 กุมภาพันธ์ 2569) พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงกรณี พลทหารเพชรรัตน์ สังกัดกรมปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ ค่ายพรหมโยธี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีอาการหมดสติและเสียชีวิตในระหว่างถูกจำขังในเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12 โดยผลการพิสูจน์ของแพทย์ระบุชัดเจนว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจาก ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน และไม่พบร่องรอยการถูกสัมผัสหรือทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด
รายละเอียดเหตุการณ์และขั้นตอนการตรวจสอบ
ตามข้อมูลที่โฆษกกองทัพบกเปิดเผย เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 18.07 น. โดยเพื่อนพลทหารที่ถูกจำขังร่วมกันยืนยันว่าผู้เสียชีวิตยังมีอาการปกติ แต่ในเวลา 18.18 น. ได้หมดสติล้มลงอย่างกะทันหัน ทางหน่วยจึงรีบนำส่งห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ทันที แพทย์ได้ดำเนินการรักษาอย่างเต็มที่ แต่ไม่เป็นผล และพลทหารเพชรรัตน์เสียชีวิตในเวลา 19.28 น.
ผลการตรวจชันสูตรพลิกศพพบว่า:
- ไม่มีร่องรอยการทำร้ายร่างกาย
- ไม่มีสมองช้ำหรือเลือดออกในสมอง
- ยืนยันสาเหตุจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน
ทั้งนี้ พลทหารเพชรรัตน์ถูกจำขังตามความผิดทางวินัยฐานขาดราชการ เป็นเวลานับ 10 วันก่อนเกิดเหตุ ทางหน่วยได้ตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาว่ามีการทะเลาะวิวาทหรือไม่ แต่สรุปว่าไม่พบหลักฐานใด ๆ เกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายจากเพื่อนพลทหารที่อยู่ร่วมกัน
การประสานงานกับครอบครัวและประเด็นข้อกังวล
กองทัพบกได้ประสานชี้แจงข้อเท็จจริงให้ครอบครัวและญาติทราบตั้งแต่แรก ซึ่งครอบครัวไม่ติดใจและเข้าใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางหน่วยได้อำนวยความสะดวกในการจัดพิธีศพและติดตามสิทธิสวัสดิการต่าง ๆ ตามธรรมเนียมอย่างเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม มีบางบุคคลนำกรณีนี้มาเสนอซ้ำในสังคม ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนตั้งข้อสังเกตและคาดเดาสาเหตุการเสียชีวิตในมุมที่อาจไม่สอดคล้องกับพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์หรือข้อเท็จจริงทางกฎหมาย โฆษกกองทัพบกย้ำว่า หากญาติหรือบุคคลใดมีข้อกังวลหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ทางหน่วยต้นสังกัดยินดีให้รายละเอียดและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกลุ่มเพื่อนพลทหารที่อยู่ร่วมกันในช่วงก่อนเกิดเหตุ
นอกจากนี้ มีรายงานจากญาติที่ตั้งข้อสงสัยหลายประเด็น เช่น กล้องวงจรปิดไม่ชัดเจน คำให้การไม่สอดคล้องกัน วิธีช่วยชีวิตอาจไม่ถูกต้อง และการพบวัตถุคล้ายช้อนสั้นปนอยู่ในเถ้ากระดูกหลังการฌาปนกิจ ครอบครัวจึงเตรียมนำวัตถุดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์และเรียกร้องให้กองทัพบกชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส
ยืนยันความโปร่งใสและความเป็นธรรม
โฆษกกองทัพบกเน้นย้ำว่า การสูญเสียกำลังพลคนหนึ่งคนใดถือเป็นการสูญเสียของกองทัพบกเช่นกัน ดังนั้น กรณีที่มีกำลังพลเสียชีวิตจึงต้องดำเนินการทุกอย่างด้วยความเป็นธรรมและโปร่งใสอย่างตรงไปตรงมา ทางหน่วยพร้อมให้ข้อมูลข้อเท็จจริงตลอดเวลา เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในสังคม



