บช.น. ชี้แจงกรณีตำรวจจับคิวรับอั่งเปา 'ยาหอมปราสาททอง' ระบุเป็นธรรมเนียมตรุษจีน
บช.น. ชี้แจงตำรวจจับคิวรับอั่งเปา 'ปราสาททอง' เป็นธรรมเนียมตรุษจีน

บช.น. ชี้แจงกรณีตำรวจจับคิวรับอั่งเปา 'ยาหอมปราสาททอง' ระบุเป็นธรรมเนียมตรุษจีน

วันนี้ (17 กุมภาพันธ์ 2569) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้ออกมาให้ข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับกรณีที่ปรากฏภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนต่อแถวรับซองอั่งเปาจากบริษัท ปราสาททองโอสถ จำกัด ซึ่งถูกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงตามวัน เวลา และสถานที่ที่ปรากฏ

การแจกอั่งเปาตามธรรมเนียมตรุษจีน

ทางบช.น. ระบุว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ผู้แทนบริษัท ปราสาททองโอสถ จำกัด ได้ชี้แจงว่า การแจกซองอั่งเปาในครั้งนี้เป็นการดำเนินการตามธรรมเนียมประเพณีในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งบริษัทได้ประกาศเชิญชวนให้บุคคลทั่วไปสามารถเดินทางมารับได้ที่จุดที่กำหนด โดยมิได้มีการเฉพาะเจาะจงบุคคลใดเป็นพิเศษ

เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าพนักงานจากหน่วยงานต่าง ๆ ก็สามารถเข้ารับได้เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป เพื่อความเป็นสิริมงคล ความโชคดี และเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่มีเจตนาแอบแฝงหรือมุ่งหวังผลประโยชน์ตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นเพียงการให้ตามธรรมเนียมประเพณีเท่านั้น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มูลค่าไม่เกินกฎหมายกำหนด

นอกจากนี้ บช.น. ยังเน้นย้ำว่า มูลค่าทรัพย์สินที่มอบให้ในซองอั่งเปาดังกล่าว ไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดแต่อย่างใด ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการป้องกันการเรียกรับผลประโยชน์อันมิชอบที่ทางหน่วยงานได้กำชับไว้อย่างเคร่งครัด

ในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้เพิ่มความเข้มงวดในมาตรการป้องกันปราบปรามและเฝ้าระวังเหตุที่อาจเกิดขึ้น พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในความปลอดภัย และกำชับการแต่งกายและการใช้กิริยาวาจาที่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

มาตรการเข้มงวดในช่วงตรุษจีน

ทางบช.น. ได้ประกาศมาตรการเพิ่มเติมเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งรวมถึง:

  • การเฝ้าระวังเหตุการณ์ในพื้นที่ชุมชนและสถานที่สำคัญ
  • การตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด
  • การห้ามเรียกรับผลประโยชน์อันมิชอบโดยเด็ดขาด

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของสังคมต่อพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ ในขณะที่ทางบช.น. พยายามสร้างความเข้าใจว่าการกระทำดังกล่าวเป็นไปตามขนบธรรมเนียมและอยู่ในกรอบกฎหมาย