ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่ขอให้วินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล กรณีการถือครองหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นสื่อมวลชน สร้างความสั่นสะเทือนต่อวงการการเมืองไทยอย่างรุนแรง
รายละเอียดคำร้อง
กกต. ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าพรรคก้าวไกลกระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เนื่องจากพรรคมีการถือหุ้นในบริษัทสื่อ ซึ่งขัดต่อมาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญ โดยศาลมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาและกำหนดให้พรรคก้าวไกลยื่นคำชี้แจงภายใน 15 วัน
ผลกระทบทางการเมือง
การรับคำร้องครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีคะแนนนิยมสูงเป็นอันดับสองในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา หากศาลวินิจฉัยยุบพรรค สมาชิกภาพของกรรมการบริหารพรรคจะสิ้นสุดลง และอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี ส่งผลให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองและอาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนขั้วอำนาจครั้งใหญ่
ปฏิกิริยาจากพรรคก้าวไกล
พรรคก้าวไกลออกแถลงการณ์ยืนยันความบริสุทธิ์ โดยระบุว่าการถือหุ้นดังกล่าวเป็นการลงทุนที่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีเจตนาละเมิดรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งเตรียมหลักฐานเพื่อชี้แจงต่อศาลอย่างเต็มที่
ความเห็นจากนักวิชาการ
นักวิชาการด้านกฎหมายมหาชนหลายท่านแสดงความเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางการเมืองไทยในอนาคต และชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการตีความมาตรา 49 ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ
ขณะที่ประชาชนจำนวนมากต่างจับตาดูการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งคาดว่าจะมีคำวินิจฉัยภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในและนอกสังคมออนไลน์
- ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องคดีประวัติศาสตร์
- พรรคก้าวไกลเตรียมสู้คดีเต็มที่
- นักวิชาการชี้ต้องตีความกฎหมายให้ชัดเจน



