ลอบวางระเบิดป้อมตำรวจปัตตานี เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 5 นาย หลังเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้
ระเบิดป้อมตำรวจปัตตานี เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 5 นาย (17.03.2026)

เหตุลอบวางระเบิดป้อมตำรวจปัตตานี ส่งผลเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 5 นาย

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 19.05 น. เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นในพื้นที่จังหวัดปัตตานี โดยมีผู้ไม่ประสงค์ดีลอบวางระเบิดบริเวณป้อมตำรวจยุทธศาสตร์ท่าน้ำ ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลท่าน้ำ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี แรงระเบิดดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณนั้นได้รับบาดเจ็บเบื้องต้นจำนวน 5 นาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจที่บาดเจ็บทั้งหมดได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงทันที เพื่อตรวจเช็กร่างกายอย่างละเอียดและรับการรักษาพยาบาล ขณะนี้ยังไม่มีรายงานสภาพอาการที่ชัดเจน แต่คาดว่าอาการบาดเจ็บอาจมีตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง ขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบจากแพทย์

ผู้ก่อเหตุหลบหนีหลังวางระเบิด

หลังก่อเหตุ ผู้ต้องสงสัยได้หลบหนีออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว โดยมุ่งหน้าไปทางแยกบ้านควน ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในท้องถิ่น เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามและสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดในขณะนี้ เนื่องจากยังไม่ทราบกลุ่มหรือจำนวนที่แน่ชัดของบุคคลที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นอกจากนี้ ในวันเดียวกันยังมีรายงานเหตุระเบิดอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสและยะลา ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับสถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ของประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตชายแดนที่มักเกิดเหตุรุนแรงบ่อยครั้ง

เหตุระเบิดซ้ำเติมในพื้นที่ใกล้เคียง

ในจังหวัดนราธิวาส เกิดการลอบวางระเบิดถึง 7 จุดภายใน 2 อำเภอ แต่โชคดีที่ไม่มีเจ้าหน้าที่หรือประชาชนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เหล่านี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการวางระเบิดปั๊มน้ำมันศรีสาครในจังหวัดนราธิวาสได้ ซึ่งเหตุระเบิดที่ปั๊มน้ำมันดังกล่าวส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 1 คน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ขณะเดียวกัน ในจังหวัดยะลา เกิดเหตุลอบวางระเบิดและยิงปะทะกับทหารชุดรักษาความปลอดภัยการเลือกตั้งที่อำเภอบันนังสตา แสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดและความเสี่ยงต่อความปลอดภัยในพื้นที่นี้อย่างต่อเนื่อง

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าวต่อไป