ศาลยกฟ้อง 17 แกนนำคนอยากเลือกตั้ง คดีชุมนุมไล่รัฐบาล คสช. แต่ปรับ 200 บาท
ศาลยกฟ้อง 17 แกนนำคดีชุมนุมไล่ คสช. ปรับ 200 บาท

ศาลอาญายกฟ้องคดีชุมนุมไล่รัฐบาล คสช. ของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง 17 คน

วันที่ 26 มีนาคม 2569 ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษาคดีสำคัญ หลังนัดฟังคำพิพากษาในคดีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่ถูกฟ้องร้องจากการชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยศาลมีคำสั่งยกฟ้องข้อหาหลัก แต่ปรับผู้ต้องหาแต่ละคนเป็นเงิน 200 บาท เนื่องจากใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต

รายละเอียดคดีและจำเลยที่เกี่ยวข้อง

คดีนี้มีหมายเลขดำ อ.1308/2562 โดยพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้องผู้ต้องหา 18 คน ซึ่งรวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงอย่าง นายสิรวิชญ์ หรือจ่านิว เสรีธิวัฒน์, น.ส.ณัฏฐา หรือโบว์ มหัทธนา, นายปิยรัฐ หรือโตโต้ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน และ น.ส.ชลธิชา หรือลูกเกด แจ้งเร็ว อดีต สส.ปทุมธานีพรรคประชาชน โดยถูกกล่าวหาว่าร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเพื่อยุยงปลุกปั่นก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 รวมถึงฝ่าฝืนพระราชบัญญัติชุมนุมสาธารณะและคำสั่งหัวหน้า คสช.

เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 21-22 พฤษภาคม 2561 เมื่อกลุ่มคนอยากเลือกตั้งได้ชุมนุมบริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และหน้าองค์การสหประชาชาติ ถนนราชดำเนิน เพื่อเรียกร้องการเลือกตั้งทั่วไปและต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. เนื่องในโอกาสครบรอบ 4 ปีของการรัฐประหาร

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การพิจารณาคดีและคำพิพากษาของศาล

ในวันพิจารณา มีการยื่นคำร้องขอเลื่อนฟังคำพิพากษาสำหรับจำเลยสองรายเนื่องจากอาการป่วยหนัก ทำให้ศาลเลื่อนการอ่านคำพิพากษาไปเป็นเวลา 14.00 น. โดยจำเลยทั้งสองได้รับการดูแลในห้องควบคุม ส่วนจำเลยอีกหนึ่งรายที่เสียชีวิต ศาลได้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความแล้ว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ศาลได้พิเคราะห์พยานหลักฐานจากทั้งสองฝ่ายอย่างละเอียด และตัดสินว่า การชุมนุมในครั้งนี้ดำเนินไปโดยสงบ ปราศจากอาวุธ และเป็นไปตามสิทธิเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญรับรอง โดยกลุ่มผู้ชุมนุมมีเจตนาชัดเจนเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล คสช. จัดการเลือกตั้งและยุติการบริหารประเทศต่อไป โดยไม่มีเจตนาสร้างความรุนแรงหรือก่อความวุ่นวายใดๆ

อย่างไรก็ตาม ศาลพบว่า กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ได้ขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียงอย่างถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติโฆษณาเครื่องขยายเสียง ทำให้ต้องมีการลงโทษปรับ แต่พยานหลักฐานของโจทก์ไม่เพียงพอที่จะลงโทษในข้อหาหลักได้ ศาลจึงพิพากษายกฟ้องข้อกล่าวหา แต่ให้ปรับจำเลยทั้ง 17 คนที่เหลือ คนละ 200 บาท

ผลกระทบและความสำคัญของคดี

คดีนี้สะท้อนถึงการตีความสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมของศาลไทยในบริบททางการเมือง โดยเน้นย้ำว่า การชุมนุมโดยสงบและปราศจากความรุนแรงสามารถได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย แม้จะมีการฝ่าฝืนข้อกำหนดเล็กน้อย เช่น การใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ขออนุญาตก็ตาม การตัดสินครั้งนี้อาจส่งผลต่อแนวทางการดำเนินคดีชุมนุมทางการเมืองในอนาคต และเป็นกรณีศึกษาสำหรับนักกิจกรรมและผู้สนใจในประเด็นประชาธิปไตย