กองทัพภาคที่ 1 สั่งย้าย ผบ.เรือนจำ มทบ.12 ช่วยราชการ ตั้งกรรมการสอบปมพลทหารเสียชีวิต
ทภ.1 สั่งย้าย ผบ.เรือนจำ มทบ.12 ตั้งกรรมการสอบพลทหารตาย

กองทัพภาคที่ 1 สั่งย้ายด่วนผู้บัญชาการเรือนจำ มทบ.12 ช่วยราชการ ตั้งกรรมการสอบสวนชุดใหญ่ปมพลทหารเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 กองทัพภาคที่ 1 (ทภ.1) ได้ออกคำสั่งเร่งด่วนให้ปรับย้ายผู้บัญชาการเรือนจำ มณฑลทหารบกที่ 12 (ผบ.รจ.มทบ.12) ไปช่วยราชการ ณ กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 12 เป็นการชั่วคราว พร้อมทั้งจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนจากส่วนกลางเพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด หลังเกิดกรณีการเสียชีวิตของพลทหารเพชรรัตน์ กำลังยิ่ง สังกัดกรมปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ ค่ายพรหมโยธี จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568

ผลชันสูตรเบื้องต้นชี้สาเหตุหัวใจวายเฉียบพลัน แต่ครอบครัวยังมีข้อสงสัย

ผลการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นระบุว่า พลทหารเพชรรัตน์ เสียชีวิตจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน เนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจโตผิดปกติและอุดตัน โดยไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตยังคงมีข้อสงสัยและความกังวลใจในบางประเด็นเกี่ยวกับการดูแลและการปฏิบัติต่อพลทหารในเรือนจำ ทำให้กองทัพภาคที่ 1 โดยแม่ทัพภาคที่ 1 ไม่นิ่งนอนใจและตัดสินใจดำเนินการทันที

ตั้งกรรมการสอบสวนจากส่วนกลางเน้นความโปร่งใส คลายข้อสงสัยสังคม

นอกจากคำสั่งย้ายผู้บัญชาการเรือนจำ มทบ.12 แล้ว กองทัพภาคที่ 1 ยังได้จัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนจากส่วนกลางเพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ครอบคลุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นย้ำถึงความโปร่งใสและตรงไปตรงมาในการทำงาน เพื่อคลายข้อสงสัยให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตและสังคมโดยรวม กระบวนการนี้มุ่งมั่นที่จะแสวงหาความจริงอย่างรอบด้านและเป็นกลาง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กองทัพแสดงความเสียใจ ยืนยันไม่มีนโยบายปกป้องผู้กระทำผิด

กองทัพภาคที่ 1 ได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของพลทหารเพชรรัตน์ และขอยืนยันว่ากองทัพไม่มีนโยบายปกป้องผู้กระทำผิด หากผลการสอบสวนพบความบกพร่องหรือการกระทำที่มิชอบในกรณีนี้ จะดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายอย่างถึงที่สุด โดยจะแจ้งผลสรุปให้ทราบทันทีเมื่อกระบวนการสอบสวนเสร็จสิ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความยุติธรรมและความรับผิดชอบของหน่วยงานทหาร