เกิดเรื่องอื้อฉาวในวงการการเมืองไทย เมื่อ สส.พรรคเพื่อไทย รายหนึ่งถูกภรรยาคนแรกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาจดทะเบียนสมรสซ้อน หลังจากพบว่าสามีซึ่งเป็นนักการเมืองได้จดทะเบียนสมรสกับหญิงอื่นโดยที่ตนไม่ได้รับรู้
รายละเอียดคดีวิวาห์ซ้อน
นางสาวเอ (นามสมมติ) ภรรยาคนแรกของ สส.รายนี้ ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อดำเนินคดีกับสามีในข้อหาจดทะเบียนสมรสซ้อน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 หลังจากตรวจสอบพบว่าสามีได้จดทะเบียนสมรสกับหญิงอื่นเมื่อปีที่แล้ว โดยที่นางสาวเอไม่ได้รับรู้หรือยินยอมแต่อย่างใด
นางสาวเอเปิดเผยว่า ตนและสามีอยู่กินกันฉันสามีภรรยามานานกว่า 10 ปี และมีบุตรด้วยกัน 2 คน ก่อนหน้านี้สามีเคยรับปากว่าจะจดทะเบียนสมรสให้ แต่ก็ผัดผ่อนเรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ตนไปตรวจสอบข้อมูลที่สำนักงานเขต พบว่าสามีได้จดทะเบียนสมรสกับหญิงอื่นไปแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา สร้างความเสียใจและช็อกอย่างมาก
ผลกระทบทางการเมือง
เหตุการณ์นี้สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่พรรคกำลังเร่งสร้างความเชื่อมั่นจากประชาชน ด้านหัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้เรียก สส.รายดังกล่าวเข้าพบเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง พร้อมระบุว่าหากพบว่ามีความผิดจริง พรรคจะดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาด ซึ่งอาจรวมถึงการพ้นสภาพสมาชิกภาพ
ด้าน สส.รายดังกล่าวยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเป็นการเข้าใจผิด และได้จ้างทนายความเพื่อต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม หลักฐานจากสำนักงานเขตที่ระบุว่ามีการจดทะเบียนสมรสสองครั้งนั้นชัดเจน ทำให้คดีนี้มีน้ำหนัก
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การจดทะเบียนสมรสซ้อนถือเป็นความผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 ซึ่งระบุว่า ผู้ใดมีคู่สมรสอยู่แล้ว ไปจดทะเบียนสมรสกับผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยการสมรสซ้อน ซึ่งส่งผลให้การสมรสครั้งหลังเป็นโมฆะ
คดีนี้กำลังเป็นที่จับตามองของสังคม เนื่องจากเกี่ยวข้องกับนักการเมืองที่มีชื่อเสียง และอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของระบบการเมืองไทยในระยะยาว



