เจ้าหน้าที่ดับเพลิงหลายร้อยนายในรัฐยูทาห์ยังคงเร่งควบคุม "ไฟป่าคอตตอนวูด" (Cottonwood Fire) ที่ปะทุขึ้นตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาในป่าสงวนแห่งชาติฟิชเลก ทางตอนกลางของรัฐ ศูนย์ประสานงานไฟป่าแห่งชาติสหรัฐฯ (NIFC) รายงานว่า เพลิงได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในช่วงข้ามคืน โดยขยายวงกว้างจากประมาณ 70,000 เอเคอร์ (ราว 1.7 แสนไร่) เพิ่มขึ้นเกินกว่า 92,000 เอเคอร์ (ประมาณ 230,000 ไร่) ภายในวันเสาร์ที่ผ่านมา (27 มิ.ย.) เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งจัด ความชื้นในอากาศต่ำ และกระแสลมกระโชกแรง ส่งผลให้ไฟป่าลูกนี้กลายเป็นไฟป่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ขณะนี้ ที่ยังคงลุกไหม้อยู่ในปัจจุบัน โดยมีอัตราการควบคุมเพลิงอยู่ที่ 0%
ความเสียหายต่อทรัพย์สินและโครงสร้างพื้นฐาน
แม้ว่าจะยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่เปลวไฟได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อรีสอร์ตสกี "อีเกิล พอยต์" ในเขตบีเวอร์เคาน์ตี้ รวมถึงทำลายบ้านพักตากอากาศไปหลายหลัง ขณะที่ป่าสงวนแห่งชาติถูกสั่งปิดทำการชั่วคราว ทางการกำลังเร่งประเมินมูลค่าความเสียหายที่แน่ชัด ขณะเดียวกัน ประชาชนราว 1,300 คนในเมืองแมรีส์เวล, จังก์ชัน และเซิร์เคิลวิลล์ ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกลุ่มควัน ได้รับคำเตือนให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมอพยพทันทีหากสถานการณ์แย่ลง พร้อมแจ้งเตือนเรื่องคุณภาพอากาศที่อยู่ในระดับ "อันตรายต่อสุขภาพ" จากกลุ่มควันหนาทึบ
การตอบสนองของทางการและคำสั่งฉุกเฉิน
นายสเปนเซอร์ ค็อกซ์ ผู้ว่าการรัฐยูทาห์ ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียขอให้ทุกคนร่วมส่งกำลังใจและสวดภาวนาให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงรวมถึงขอให้มีฝนตกลงมาช่วย นอกจากนี้ ยังได้ออกคำสั่งจำกัดการใช้พลุและดอกไม้ไฟชั่วคราวทั่วทั้งรัฐ ก่อนจะถึงวันชาติสหรัฐฯ (4 ก.ค.) โดยระบุว่า "สถานการณ์ในตอนนี้สิ้นหวังและย่ำแย่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา แต่ถึงอย่างนั้น เจ้าหน้าที่ดับเพลิงหลายร้อยนายก็ยังสามารถปกป้องและรักษาพื้นที่สำคัญเอาไว้ได้อย่างปาฏิหาริย์ในหลายจุด"
สถิติไฟป่ารุนแรงในรัฐยูทาห์
ด้านผู้อำนวยการกองป่าไม้ ไฟป่า และที่ดินของรัฐยูทาห์ ระบุว่าปีนี้รัฐยูทาห์เผชิญกับฤดูไฟป่าที่รุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จากสถิติพบว่ามีไฟป่าเกิดขึ้นแล้วถึง 380 ครั้ง โดยมีสาเหตุมาจากฝีมือมนุษย์สูงถึง 273 ครั้ง นอกจากไฟป่าคอตตอนวูดแล้ว ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองซอลต์เลกซิตี้ ยังมีไฟป่าอีกสองจุดใหญ่ คือ "ไฟป่าไอออน" และ "ไฟป่าเชอร์รี" ที่เผาไหม้พื้นที่รวมกันกว่า 112 ตารางไมล์ จนต้องสั่งอพยพประชาชนในเมืองยูเรกา และพื้นที่อ่างเก็บน้ำเวอร์นอน พร้อมสั่งปิดทางหลวงสายหลัก
ผลกระทบในวงกว้างทั่วสหรัฐฯ
ศูนย์ประสานงานไฟป่าแห่งชาติเผยว่า ไม่ใช่แค่รัฐยูทาห์เท่านั้น แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ในฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับภัยแล้งรุนแรง หลังจากผ่านพ้นฤดูหนาวที่อบอุ่นที่สุดเป็นประวัติการณ์และปริมาณหิมะสะสมต่ำสุดทุบสถิติ ปัจจุบันมีไฟป่าขนาดใหญ่ที่ยังควบคุมไม่ได้กว่า 36 จุด ตั้งแต่รัฐอะลาสกาไปจนถึงฟลอริดา โดยตั้งแต่ต้นปีมีพื้นที่ป่าถูกเผาทำลายไปแล้วเกือบ 3 ล้านเอเคอร์ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 10 ปี
เตือนภัยสีแดงและไฟป่าในอุทยานแห่งชาติ
นอกจากนี้ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติยังได้ประกาศ "เตือนภัยสีแดง" ซึ่งหมายถึงความเสี่ยงขั้นรุนแรงที่ไฟป่าจะลุกลามอย่างรวดเร็วและเป็นอันตรายต่อชีวิต ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่รัฐแคลิฟอร์เนีย อาริโซนา ไปจนถึงนิวเม็กซิโก ล่าสุด มีรายงานไฟป่าปะทุขึ้นทางตอนใต้ของอุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน รัฐแอริโซนา ส่งผลให้บริษัทจ่ายไฟฟ้าต้องประกาศ "ตัดกระแสไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย" ชั่วคราวในพื้นที่แกรนด์แคนยอนวิลเลจและชุมชนตูซายันเพื่อลดความเสี่ยงที่สายไฟจะทำให้เกิดเพลิงไหม้ซ้ำซ้อน ส่งผลให้อุทยานไม่มีไฟฟ้าใช้ชั่วคราว และต้องแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวให้เตรียมพร้อมระบบพลังงานสำรอง รวมถึงดาวน์โหลดแผนที่แบบออฟไลน์ล่วงหน้าก่อนเข้าพื้นที่



