แรงงานไทยในอิสราเอลรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในกรุงเทลอาวีฟและเยรูซาเล็ม เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 โดยไม่มีสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวไทยที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
แรงงานไทยเผยประสบการณ์
นายสมชาย (นามสมมติ) แรงงานไทยในเทลอาวีฟ เปิดเผยว่า “ผมได้ยินเสียงระเบิดดังมาก รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน แต่ไม่มีไซเรนหรือสัญญาณเตือนใดๆ ทำให้ไม่รู้จะหลบไปทางไหน รู้สึกกลัวมาก” เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเช้าตรู่ ส่งผลให้หลายคนที่กำลังพักผ่อนต้องตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ
นางสาววิภา (นามสมมติ) แรงงานไทยในเยรูซาเล็ม กล่าวว่า “เสียงดังสนั่นหวั่นไหวมาก รู้สึกเหมือนอยู่ใกล้มาก เราไม่ได้รับข้อความเตือนหรืออะไรเลย หลังจากนั้นก็มีเสียงระเบิดอีกหลายครั้ง” เธอเสริมว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เธอและเพื่อนร่วมงานรู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างยิ่ง
รายงานจากทางการอิสราเอล
สื่ออิสราเอลรายงานว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการยิงจรวดจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน โดยกองทัพอิสราเอลสามารถสกัดกั้นจรวดได้บางส่วน แต่บางส่วนตกในพื้นที่เปิดโล่ง ทำให้เกิดเสียงดังโดยไม่มีผู้บาดเจ็บ
เจ้าหน้าที่อิสราเอลยืนยันว่าไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากความตึงเครียดบริเวณชายแดนเลบานอนยังคงสูง
ผลกระทบต่อแรงงานไทย
แรงงานไทยในอิสราเอลมีจำนวนประมาณ 30,000 คน ส่วนใหญ่ทำงานในภาคเกษตรกรรมและการก่อสร้าง เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าสร้างความวิตกกังวลให้กับแรงงานไทยจำนวนมากที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ
นายกสมาคมแรงงานไทยในอิสราเอล กล่าวว่า “แรงงานไทยจำนวนมากเริ่มกังวลและสอบถามถึงช่องทางกลับประเทศไทย แต่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากทางการไทย” เขาเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งหาแนวทางช่วยเหลือแรงงานไทยที่ต้องการเดินทางกลับ
แนวโน้มความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น
ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทวีความรุนแรงขึ้นในระยะหลัง โดยมีการยิงจรวดและตอบโต้กันเป็นระยะ ส่งผลให้พื้นที่ตอนเหนือของอิสราเอลและกรุงเทลอาวีฟต้องเผชิญกับภัยคุกคามอย่างต่อเนื่อง
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงประเมินว่า สถานการณ์อาจยืดเยื้อและรุนแรงขึ้นอีก หากไม่มีการเจรจาหยุดยิงในเร็ววัน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของพลเรือนและแรงงานต่างด้าวในอิสราเอล



