คณะกรรมการการเลือกตั้งสูงสุดของเปรูประกาศรับรองชัยชนะของนางเคโกะ ฟูจิโมริ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบสองอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการระบุว่า ฟูจิโมริได้รับคะแนนเสียง 50.1% เฉือนชนะนายโรเบร์โต ซานเชซ สมาชิกสภาคองเกรสสายชาตินิยม ซึ่งได้รับ 49.8% ส่วนต่างเพียง 0.27% หรือประมาณ 40,000 คะแนน
เส้นทางสู่ชัยชนะ
การเลือกตั้งรอบสองจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 หลังจากทั้งฟูจิโมริและซานเชซผ่านเข้ารอบชี้ขาดจากการเลือกตั้งรอบแรกในเดือนเมษายน ซึ่งมีผู้สมัครทั้งหมด 33 คน ฟูจิโมริ นักการเมืองสายอนุรักษนิยมวัย 51 ปี จะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม และจะกลายเป็นประธานาธิบดีคนที่ 9 ของเปรูในรอบ 10 ปี สะท้อนถึงความผันผวนทางการเมืองที่ประเทศเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง
นโยบายปราบอาชญากรรม
ประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้คือปัญหาอาชญากรรมที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะการรีดไถและความรุนแรงจากเครือข่ายอาชญากรรม ฟูจิโมริหาเสียงด้วยนโยบายปราบปรามอาชญากรรมอย่างเข้มงวด พร้อมให้คำมั่นว่าจะใช้นโยบาย "กำปั้นเหล็ก" เพื่อฟื้นฟูความปลอดภัยของประเทศ รวมถึงการคุมเข้มชายแดนเพื่อสกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติ
ภูมิหลังครอบครัวฟูจิโมริ
เคโกะ ฟูจิโมริเป็นบุตรสาวของอัลเบร์โต ฟูจิโมริ อดีตประธานาธิบดีเปรูผู้ถึงแก่อสัญกรรม ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งในช่วงทศวรรษ 2530-2543 รัฐบาลของเขาประสบความสำเร็จในการปราบปรามกลุ่มกบฏหัวรุนแรง เช่น กลุ่มเซนเดโร ลูมิโนโซ แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการใช้อำนาจแบบเผด็จการและละเมิดสิทธิมนุษยชน ต่อมาอัลเบร์โต ฟูจิโมริถูกศาลตัดสินจำคุกในปี 2552 จากคดีละเมิดสิทธิมนุษยชน และถูกตัดสินในคดีทุจริตอีกหลายคดี
ความท้าทายที่รออยู่
เคโกะ ฟูจิโมริต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งการฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระบบการเมือง การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และการปราบปรามอาชญากรรมที่ประชาชนให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ผลการเลือกตั้งที่เฉียดฉิวสะท้อนถึงความแตกแยกในสังคมเปรู ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่ต้องหาทางสร้างความปรองดองและผลักดันนโยบายให้เกิดผลเป็นรูปธรรม



