IAEA เตือนเกาหลีเหนือเร่งผลิตอาวุธนิวเคลียร์อย่างน่าตกใจ
นายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA ได้ออกมาเปิดเผยว่า เกาหลีเหนือกำลังขยายขีดความสามารถในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์อย่าง 'น่าสะพรึงกลัว' และมีความก้าวหน้าอย่างน่าตกใจ โดยมีหลักฐานชัดเจนถึงการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมในนิคมนิวเคลียร์ยอง-บยอน รวมถึงการก่อสร้างอาคารแห่งใหม่ที่คาดว่าเป็นโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียม
หลักฐานจากดาวเทียมยืนยันการขยายตัว
ข้อมูลจาก IAEA สอดคล้องกับรายงานของศูนย์เพื่อการศึกษายุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ (CSIS) ในสหรัฐฯ ซึ่งเผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อต้นเดือนเมษายน แสดงให้เห็นว่าโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมแห่งใหม่ในเขตยองบยอนน่าจะก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว โรงงานนี้สามารถผลิตวัสดุสำหรับทำหัวรบนิวเคลียร์ได้ โดยปัจจุบันคาดการณ์ว่าเกาหลีเหนือมีหัวรบนิวเคลียร์ในครอบครองแล้วหลายสิบหัว
นายกรอสซีระบุระหว่างการแถลงข่าวที่กรุงโซลว่า การตรวจสอบพบการเคลื่อนไหวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายส่วน ได้แก่
- เตาปฏิกรณ์ขนาด 5 เมกะวัตต์
- หน่วยแปรรูปเชื้อเพลิงใช้แล้ว
- เตาปฏิกรณ์แบบน้ำเบา (LWR)
ซึ่งทั้งหมดนี้ชี้ไปที่การเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตวัสดุระดับที่นำไปสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้
ความร่วมมือกับรัสเซียและความท้าทายจากเกาหลีใต้
อย่างไรก็ตาม นายกรอสซีระบุว่า ยังไม่พบหลักฐานว่ารัสเซียได้มอบเทคโนโลยีนิวเคลียร์สำหรับการทหารให้แก่เกาหลีเหนือ ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือที่ทั้งสองประเทศลงนามเมื่อปีที่ผ่านมา โดยข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่าเป็นเพียงความร่วมมือด้านนิวเคลียร์เพื่อพลเรือนเท่านั้น
ในขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการ IAEA ได้เรียกร้องให้รัฐบาลเกาหลีใต้ทำงานร่วมกับหน่วยงานอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันความเสี่ยงในการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ หลังจากที่เกาหลีใต้มีแผนการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็นความท้าทายในการตรวจสอบเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ถูกใช้ในภารกิจทางทะเล
ความพยายามในโครงการเรือดำน้ำของเกาหลีใต้มีความคืบหน้าอย่างมาก หลังจากประธานาธิบดีอี แจ-มยอง และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันด้านความมั่นคงเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการที่สหรัฐฯ ให้การอนุมัติแก่เกาหลีใต้ในการพัฒนาเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์เพื่อคานอำนาจในภูมิภาค
สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ซึ่งการแข่งขันด้านอาวุธนิวเคลียร์อาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านความมั่นคงระหว่างประเทศในอนาคต



