รองนายกฯ รัสเซีย ย้ำไทยเป็นพันธมิตรเก่าแก่ที่สุดในอาเซียน พร้อมส่งสินค้าเกษตรเพิ่ม
รัสเซียย้ำไทยพันธมิตรเก่าแก่ในอาเซียน พร้อมส่งสินค้าเกษตรเพิ่ม

รองนายกฯ รัสเซีย ย้ำไทยเป็นพันธมิตรเก่าแก่ที่สุดในอาเซียน พร้อมส่งสินค้าเกษตรเพิ่ม

วันนี้ (14 เมษายน 2569) นายดมิทรี ปาตรูเชฟ รองนายกรัฐมนตรีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ได้เข้าพบหารือกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย ณ สถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทย โดยในการหารือครั้งนี้ รองนายกฯ รัสเซียได้เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างสองประเทศ พร้อมทั้งแสดงความพร้อมที่จะส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหารให้ไทยเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ความสัมพันธ์ยาวนานกว่า 130 ปี

นายดมิทรี ปาตรูเชฟ กล่าวว่า "ประเทศไทยเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของสหพันธรัฐรัสเซียในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" โดยในปีหน้านี้ ทั้งสองประเทศจะครบรอบ 130 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ เขาได้แสดงความหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะรักษาการติดต่อกันอย่างเต็มที่ในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง การค้า และเศรษฐกิจ

รองนายกฯ รัสเซียยังเชื่อมั่นว่า การพบปะหารือในครั้งนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทยและรัสเซียให้ก้าวหน้าต่อไปอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มูลค่าการค้าเกษตรเพิ่มขึ้นกว่า 15%

ในการหารือ นายดมิทรี ปาตรูเชฟ ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจ เกี่ยวกับมูลค่าการค้าขายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ทางด้านอาหารระหว่างรัสเซียและไทย ซึ่งได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 15% ในปีที่ผ่านมา เขาได้แสดงความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่ารัสเซียพร้อมที่จะส่งออกสินค้าไปยังตลาดในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นอกจากนี้ การหารือครั้งนี้ยังได้มีการพูดคุยถึงประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการจัดหาปุ๋ยเคมีไปยังประเทศไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับภาคเกษตรกรรมของไทย โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันที่จะร่วมมือกันในเรื่องนี้เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนปุ๋ยที่อาจเกิดขึ้น

ความสำคัญของความร่วมมือทวิภาคี

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและรัสเซียนั้นไม่เพียงแต่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน แต่ยังมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกันจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับทั้งสองประเทศ

การหารือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายในการพัฒนาความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้านการเกษตรและอาหาร ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีศักยภาพสูงสำหรับการขยายความร่วมมือ

ในอนาคต คาดว่าทั้งไทยและรัสเซียจะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ความร่วมมือในหลากหลายมิติ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันและความเจริญก้าวหน้าของประชาชนทั้งสองประเทศอย่างแท้จริง